บทเรียนที่ 71. การเขียนเส้น PLINE ด้วยคำสั่ง BOUNDARY

July 19, 2017 Teerapat 0

การเขียนเส้น PLINE ด้วยคำสั่ง BOUNDARY เป็นการเขียนเส้น PLINE โดยอาศัยวัตถุชิ้นอื่นๆที่มีอยู่แล้วมาเป็นกรอบในการเขียนหรือสร้างเส้นขึ้นมา เหมาะสำหรับใช้สร้างเส้น PLINE แบบเร่งด่วนเพื่อนำไปใช้ในการหาพื้นที่โดยคำสั่ง AREA หรือลงลวดลายโดยคำสั่ง HATCH เป็นต้น ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง BOUNDARY ในการสร้างเส้น PLINE A. ใช้คำสั่ง LINE เขียนกรอบเพื่อใช้เป็นแนวในการเขียนเส้น PLINE ดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกด ENTER Specify first point: 1,1 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 2,1 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 2,1.2 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Close/Undo]: 3,1.2 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Close/Undo]: 3,2.2 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Close/Undo]: 2,2.2 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Close/Undo]: 2,2 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Close/Undo]: 1,2 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Close/Undo]: C – พิมพ์ C เพื่อเขียนเส้นไปยังจุดเริ่มต้น   B. ใช้คำสั่ง BOUNDARY ในการสร้างเส้น PLINE ขึ้นมาตามกรอบที่สร้างในข้อ A คำอธิบายประกอบภาพ Boundary Creation คลิก Pick Points เสร็จแล้วคลิกลงในรูปที่สร้างไว้ในข้อ A เลือก Object type เป็น Polyline กดปุ่ม OK   C. เพื่อให้ผลการทดลองชัดเจนยิ่งขึ้นลองใช้คำสั่ง MOVE ย้ายเส้น PLINE ที่เพิ่งสร้างใหม่ออกมาจากแนวกรอบที่สร้างไว้ดังนี้ Command: M O V E – พิมพ์คำสั่ง MOVE แล้วกด ENTER Select objects: L – พิมพ์ L (Last) เพื่อเลือกวัตถุชิ้นล่าสุดที่เขียนลงใน Drawing 1 found Select objects: – เคาะ SPACEBAR เพื่อออกจากการเลือกวัตถุ Specify base point or [Displacement] : – คลิกกำหนดจุดเริ่มต้น […]

บทเรียนที่ 70. การไล่เฉดสีหรือโทนสีด้วยคำสั่ง GRADIENT

July 18, 2017 Teerapat 0

คำสั่ง GRADIENT เป็นการลงสีให้กับพื้นที่ที่กำหนดคล้ายกับการลงทึบสีแบบ SOLID ของคำสั่ง HATCH แต่จะต่างกันตรงที่การลงสีของคำสั่ง GRADIENT สามารถไล่สีจากสีหนึ่งไปยังอีกสีหนึ่งหรือจะไล่จากโทนสีเข้มไปหาโทนสีจางก็ได้ และที่สำคัญคุณยังสามารถเรียกใช้คำสั่งนี้ผ่านทางคำสั่ง HATCH ก็ได้ ตัวอย่าง การไล่เฉดสีในพื้นที่ที่ต้องการด้วยคำสั่ง GRADIENT หรือคำสั่ง HATCH A. ใช้คำสั่ง RECTANG เขียนรูปสี่เหลี่ยมขนาด 3 x 2 หน่วยขึ้นมาหนึ่งรูปดังนี้ Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @3,2 – พิมพ์ @3,2 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. เรียกใช้คำสั่ง GRADIENT หรือ HATCH ผ่านทาง Command : ของ AutoCAD แล้วกำหนดค่าดังภาพ คำอธิบายประกอบภาพ Hatch and Gradient คลิกแถบ Gradient เลือก One color ในกรณีที่ใช้โทนสีเดียว หรือ Two color ในกรณีที่ใช้สองโทนสี เลือกรูปแบบการลงเฉดสี คลิก Add : Pick points – คลิกลงในรูปสี่เหลี่ยมที่สร้างในข้อ A กดปุ่ม OK ตัวอย่าง การไล่เฉดสีด้วยคำสั่ง GRADIENT ถ้า HATCH ไม่แสดงผลดังภาพตัวอย่างให้ใช้คำสั่ง FILL กำหนดค่าให้เป็น ON แล้วตามซ้ำด้วยคำสั่ง REGEN อีกที

บทเรียนที่ 69. การกำหนดจุดกำเนิดของ HATCH

July 18, 2017 Teerapat 0

โดยปกติแล้วหากเราไม่กำหนดจุดกำเนิดของ HATCH ให้กับพื้นที่ที่เราต้องการแล้ว AutoCAD จะถือเอาจุด 0,0 เป็นจุดกำเนิดของ HATCH เมื่อเราไปเขียน HATCH ลงในพื้นที่ใดๆก็ตามออโตแคดจะทำการคำนวณจากจุด 0,0 เป็นต้นมาและจะมาแสดง HATCH ในพื้นที่ที่เรากำหนด ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ HATCH ที่เราเขียนลงไปไม่ได้ผลลัพท์ตามที่เราต้องการ ตัวอย่าง การกำหนดจุดกำเนิดของ HATCH A. ใช้คำสั่ง RECTANG เขียนรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1 x 1 หน่วยขึ้นมา 1 รูปดังนี้ Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: 1.5,1.5 – กำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยมที่พิกัด 1.5,1.5 Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @1,1 – พิมพ์ @1,1 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. ใช้คำสั่ง HATCH เขียนลวดลายชนิด User defined ขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลองดังนี้ คำอธิบายประกอบภาพ Hatch and Gradient เลือกชนิดของ HATCH เป็นชนิด User defined กำหนดมุมของลวดลายที่ต้องการ ในที่นี้ให้กำหนดเป็น 0 องศา คลิกใส่เครื่องหมายถูก ในกรณีที่ต้องการลวดลายสองทิศทางตัดกัน กำหนดระยะห่างของเส้นแต่ละเส้น ในที่นี้ให้กำหนดเป็น 0.2 คลิก Add : Pick points – คลิกลงในรูปสี่เหลี่ยมที่สร้างในข้อ A กดปุ่ม Preview เพื่อดูตัวอย่าง HATCH ที่สร้างขึ้น เสร็จแล้วกดปุ่ม ESC หนึ่งครั้ง (จะได้ผลดังภาพตัวอย่าง ก่อนการกำหนดจุดกำเนิดของ HATCH) คลิกปุ่มหน้าข้อความ Specified origin คลิกปุ่มหน้าข้อความ Click to set new origin แล้วกด Ctrl+เมาส์ขวาเลือก Endpoint แล้งคลิกตรงมุมล่างซ้ายของรูปสี่เหลี่ยม กดปุ่ม Preview เพื่อดูตัวอย่าง HATCH ที่สร้างขึ้น เสร็จแล้วกดปุ่ม ESC หนึ่งครั้ง (จะได้ผลดังภาพตัวอย่าง หลังการกำหนดจุดกำเนิดของ HATCH) กดปุ่ม OK ภาพตัวอย่าง ก่อนการกำหนดจุดกำเนิดของ HATCH   ภาพตัวอย่าง หลังการกำหนดจุดกำเนิดของ HATCH ถ้า HATCH ไม่แสดงผลดังภาพตัวอย่างให้ใช้คำสั่ง FILL กำหนดค่าให้เป็น ON แล้วตามซ้ำด้วยคำสั่ง REGEN อีกที

บทเรียนที่ 68. การคัดลอกคุณสมบัติหรือลวดลายของ HATCH

July 18, 2017 Teerapat 0

ในบทเรียนนี้เราจะทำการทดลองคัดลอกคุณสมบัติหรือคัดลอกลวดลายของ HATCH ที่มีอยู่ใน Drawing ไปวางในพื้นที่ใหม่ตามที่เราต้องการ ซึ่งการคัดลอกนี้จะเป็นเพียงการคัดลอกคุณสมบัติลวดลายของ HATCH ที่มีอยู่เท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการคัดลอก HATCH ไปไว้ในตำแหน่งใหม่ด้วยคำสั่ง COPY แต่อย่างใด ตัวอย่าง การคัดลอกลวดลายของ HATCH ทีมีอยู่ใน Drawing A. ใช้คำสั่ง RECTANG เขียนรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1 x 1 หน่วยขึ้นมา 3 รูปดังนี้ Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: 1,1 – กำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยมที่พิกัด 1,1 Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @1,1 – พิมพ์ @1,1 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน Command: – ENTER เพื่อใช้คำสั่งเดิม RECTANG Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: 3,1 – กำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยมที่พิกัด 3,1 Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @1,1 – พิมพ์ @1,1 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน Command: – ENTER เพื่อใช้คำสั่งเดิม RECTANG Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: 5,1 – กำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยมที่พิกัด 5,1 Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @1,1 – พิมพ์ @1,1 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. ใช้คำสั่ง HATCH เขียนลวดลายชนิด User defined ขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลองดังนี้ คำอธิบายประกอบภาพ Hatch and Gradient เลือกชนิดของ HATCH เป็นชนิด User defined กำหนดมุมของลวดลายที่ต้องการ ในที่นี้ให้กำหนดเป็น 45 องศา คลิกใส่เครื่องหมายถูก ในกรณีที่ต้องการลวดลายสองทิศทางตัดกัน กำหนดระยะห่างของเส้นแต่ละเส้น คลิก Add : Pick points – คลิกลงในรูปสี่เหลี่ยมด้านซ้ายมือ กดปุ่ม Preview เพื่อดูตัวอย่าง HATCH ที่สร้างขึ้นเสร็จแล้วกดปุ่ม ESC หนึ่งครั้ง กดปุ่ม OK เป็นอันเสร็จสิ้นการเขียน HATCH ลงในรูปสี่เหลี่ยม   C. ใช้คำสั่ง HATCH […]

บทเรียนที่ 67. การแก้ไข HATCH ด้วยคำสั่ง HATCHEDIT

July 18, 2017 Teerapat 0

แนะนำวิธีการเขียน HATCH ไปแล้วหลายบทเรียนมาถึงบทเรียนนี้เราจะมาทดลองแก้ไข HATCH ที่เราเขียนไปแล้วกันบ้าง โดยคำสั่งที่จะแนะนำในบทเรียนนี้คือคำสั่ง HATCHEDIT เป็นคำสั่งที่ใช้แก้ไข HATCH ที่เขียนไปแล้วโดยเฉพาะ วิธีการใช้งานก็จะคล้ายกับการเขียน HATCH ขึ้นมาใหม่เพียงแต่นี่เป็นการแก้ไข HATCH ที่มีอยู่เดิมเท่านั้น ตัวอย่าง การแก้ไข HATCH ทีมีอยู่เดิมให้เป็นลวดลายใหม่ตามที่ต้องการ A. ใช้คำสั่ง RECTANG เขียนรูปสี่เหลี่ยมขนาด 2 x 3 หน่วยขึ้นมาหนึ่งรูปดังนี้ Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @3,2 – พิมพ์ @3,2 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. ใช้คำสั่ง HATCH เขียนลวดลายชนิด User defined ขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลองดังนี้ คำอธิบายประกอบภาพ Hatch and Gradient เลือกชนิดของ HATCH เป็นชนิด User defined กำหนดมุมของลวดลายที่ต้องการ คลิกใส่เครื่องหมายถูก ในกรณีที่ต้องการลวดลายสองทิศทางตัดกัน กำหนดระยะห่างของเส้นแต่ละเส้น คลิก Add : Pick points – คลิกลงในรูปสี่เหลี่ยมที่สร้างในข้อ A กดปุ่ม Preview เพื่อดูตัวอย่าง HATCH ที่สร้างขึ้นเสร็จแล้วกดปุ่ม ESC หนึ่งครั้ง กดปุ่ม OK เป็นอันเสร็จสิ้นการเขียน HATCH ลงในรูปสี่เหลี่ยม ตัวอย่าง HATCH ที่จะทำการแก้ไข   C. ทดลองใช้คำสั่ง HATCHEDIT แก้ไข HATCH ที่สร้างขึ้นในข้อ B Command: H A T C H E D I T – พิมพ์คำสั่ง HATCHEDIT แล้วกด ENTER Select hatch object: – คลิกตรง HATCH ที่ต้องการแก้ไข แล้วแก้ไขตามภาพ คำอธิบายประกอบภาพ Hatch Edit แก้ไขระยะห่างของ HATCH กดปุ่ม OK เป็นอันเสร็จสิ้นการแก้ไข HATCH ตัวอย่าง HATCH ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ถ้า HATCH ไม่แสดงผลดังภาพตัวอย่างให้ใช้คำสั่ง FILL กำหนดค่าให้เป็น ON แล้วตามซ้ำด้วยคำสั่ง REGEN อีกที

บทเรียนที่ 66. การกำหนดรูปแบบในการกำหนดพื้นที่ของ HATCH

July 18, 2017 Teerapat 0

ในบทเรียนนี้เราจะมาศึกษาวิธีการกำหนดพื้นที่ที่ต้องการใส่ลวดลายหรือ Hatch ลงไป โดยเฉพาะในกรณีที่พื้นที่ที่ต้องการกำหนดมีพื้นที่ทับซ้อนกันหลายรูป ซึ่งผลที่ได้จากการกำหนดพื้นที่ในแต่ละแบบเราจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไปตามแบบที่กำหนด ตัวอย่าง การกำหนดพื้นที่ที่จะใส่ลวดลายหรือ HATCH แบบ Nomal Outer และ Ignore A. ใช้คำสั่ง RECTANG เขียนรูปสี่เหลี่ยมขนาด 2 x 3 หน่วยขึ้นมาหนึ่งรูปดังนี้ Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @3,2 – พิมพ์ @3,2 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. ใช้คำสั่ง OFFSET สร้างรูปสี่เหลี่ยมซ้อนภายในรูปสี่เหลี่ยมที่สร้างในข้อ A อีก 2 รูป ดังนี้ Command: O F F S E T – พิมพ์คำสั่ง OFFSET แล้วกด ENTER Current settings: Erase source=No Layer=Source OFFSETGAPTYPE=0 Specify offset distance or [Through/Erase/Layer] : 0.4 – พิมพ์ระยะห่าง 0.4 แล้วกด ENTER Select object to offset or [Exit/Undo] : – คลิกรูปสี่เหลี่ยมที่สร้างขึ้นในข้อ A Specify point on side to offset or [Exit/Multiple/Undo] : – คลิกลงในรูปสี่เหลี่ยมที่สร้างขึ้นในข้อ A Select object to offset or [Exit/Undo] : – คลิกรูปสี่เหลี่ยมที่สร้างขึ้นในข้อ B-5 Specify point on side to offset or [Exit/Multiple/Undo] : – คลิกลงในรูปสี่เหลี่ยมที่สร้างขึ้นในข้อ B-5 Select object to offset or [Exit/Undo] : – แคะ SPACEBAR เพื่อจบคำสั่ง ตัวอย่าง รูปสี่เหลียมที่ใช้ในการทดลอง   C. ใช้คำสั่ง HATCH เขียนลวดลายชนิด User defined ดังรูป คำอธิบายประกอบภาพ Hatch and Gradient คลิกปุ่มย่อ-ขยายหน้าต่าง Hatch and Gradient เลือกชนิดของ HATCH เป็นชนิด […]

บทเรียนที่ 65. การระบายสีหรือระบายทึบด้วยคำสั่ง HATCH

July 18, 2017 Teerapat 0

รูปแบบ Hatch อีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมใช้งานมากที่สุดอีกรูปแบบหนึ่งคือรูปแบบ Solid เหมาะสำหรับใช้ระบายสีหรือระบายทึบลงในพื้นที่ที่ต้องการด้วยสีต่างๆตามที่เรากำหนด ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง HATCH ระบายสีลงในกรอบสี่เหลี่ยมที่กำหนด A. ใช้คำสั่ง RECTANG เขียนรูปสี่เหลี่ยมขนาด 2 x 3 หน่วยขึ้นมาหนึ่งรูปดังนี้ Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @3,2 – พิมพ์ @3,2 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. กำหนดสีที่ต้องการระบายลลงในกรอบสี่เหลี่ยมก่อน โดยคลิกเลือกสีในกรอบ Color control   C. ใช้คำสั่ง HATCH เขียนลวดลายชนิด Predefined ดังรูป คำอธิบายประกอบภาพ Hatch and Gradient & Hatch Pattern Palette เลือกชนิดของ HATCH เป็นชนิด Predefined กดป่มเพื่อเปิดหน้าต่าง Hatch Pattern Palette เลือกกลุ่ม Hatch ที่ต้องการ ในที่นี้ให้เลือก Other Predefined เลือกชุดรูปแบบของเส้นที่ต้องการ ในที่นี้ให้เลือก SOLID เสร็จแล้วกดปุ่ม OK เพื่อปิดหน้าต่าง Hatch Pattern Palette เลือกกำหนดพื้นที่ที่ต้องการใส่ลวดลายลงไปเราสามารถเลือกกำหนดได้ 2 วิธีคือ 6.1 Add : Pick points – เป็นการกำหนดพื้นที่โดยการคลิกลงในพื้นที่ที่ต้องการ 6.2 Add : Select objects – เป็นการกำหนดพื้นที่โดยการคลิกลงบนวัตถุที่ต้องการ ตัวอย่าง การใช้งาน Hatch แบบ SOLID ถ้า HATCH ไม่แสดงผลดังภาพตัวอย่างให้ใช้คำสั่ง FILL กำหนดค่าให้เป็น ON แล้วตามซ้ำด้วยคำสั่ง REGEN อีกที

บทเรียนที่ 64. การเขียน HATCH ชนิด Predefined

July 18, 2017 Teerapat 0

Hatch Pattern ชนิด Predefined เป็น Hatch Pattern อีกชนิดหนึ่งที่มีรูปแบบค่อนข้างจะหลากหลายและรายละเอียดที่ค่อนข้างจะซับซ้อนมากกว่า Hatch Pattern ชนิด User defined แต่โดยรวมแล้ววิธีการกำหนดและวิธีการเขียน Hatch ทั้งสองชนิดก็จะคล้ายๆกันไม่แตกต่างกันมากนัก ตัวอย่าง การเขียนลวดลายชนิด Predefined ลงในกรอบสี่เหลี่ยมที่เตรียมไว้ A. ใช้คำสั่ง RECTANG เขียนรูปสี่เหลี่ยมขนาด 2 x 3 หน่วยขึ้นมาหนึ่งรูปดังนี้ Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @3,2 – พิมพ์ @3,2 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. ใช้คำสั่ง HATCH เขียนลวดลายชนิด Predefined ดังรูป คำอธิบายประกอบภาพ Hatch and Gradient & Hatch Pattern Palette เลือกชนิดของ HATCH เป็นชนิด Predefined กดป่มเพื่อเปิดหน้าต่าง Hatch Pattern Palette เลือกกลุ่ม Hatch ที่ต้องการ ในที่นี้ให้เลือก Other Predefined เลือกชุดรูปแบบของเส้นที่ต้องการ ในที่นี้ให้เลือก AR-PARQ1 เสร็จแล้วกดปุ่ม OK เพื่อปิดหน้าต่าง Hatch Pattern Palette กำหนดสัดส่วนของ Hatch ที่ต้องการลงไป ในที่นี้ให้กำหนดเป็น 0.1 (ถ้าไม่มีในตัวเลือกให้พิมพ์ 0.1 ลงไปเลย) เลือกกำหนดพื้นที่ที่ต้องการใส่ลวดลายลงไปเราสามารถเลือกกำหนดได้ 2 วิธีคือ 7.1 Add : Pick points – เป็นการกำหนดพื้นที่โดยการคลิกลงในพื้นที่ที่ต้องการ 7.2 Add : Select objects – เป็นการกำหนดพื้นที่โดยการคลิกลงบนวัตถุที่ต้องการ กดปุ่ม Preview เพื่อดูตัวอย่าง Hatch ที่เราได้กำหนดไปแล้วว่าได้ขนาดตามที่เราต้องการหรือไม่ เสร็จแล้วให้กดปุ่ม ESC หนึ่งที เมื่อได้ Hatch ตามรูปแบบและขนาดที่ต้องการให้กดปุ่ม OK ตัวอย่าง การเขียนลวดลายชนิด Predefined ถ้า HATCH ไม่แสดงผลดังภาพตัวอย่างให้ใช้คำสั่ง FILL กำหนดค่าให้เป็น ON แล้วตามซ้ำด้วยคำสั่ง REGEN อีกที

บทเรียนที่ 63. การเขียนลวดลายในออโตแคดด้วยคำสั่ง HATCH

July 18, 2017 Teerapat 0

Hatch Pattern หรือชุดรูปแบบของเส้นที่มีอยู่ใน AutoCAD นั้นเราสามารถนำมาใช้งานได้จากการเรียกใช้คำสั่ง HATCH หรือคำสั่ง BHATCH ภายในหน้าต่าง Hatch and Gradient ของคำสั่งนี้ เราจะสามารถกำหนดชนิด ขนาด และรูปแบบของลวดลายได้ ตลอดไปจนถึงการกำหนดพื้นที่ที่ต้องการเขียนลวดลายได้อีกด้วย และภายในบทเรียนนี้เราจะมาทำการศึกษา Hatch Pattern ชนิด User defined กันก่อนเป็นลำดับแรกและจะได้แนะนำการใช้งาน Hatch Pattern ชนิดที่เหลือในบทเรียนถัดไป ลักษณะโดยทั่วไปของ Hatch Pattern ชนิด User defined คือจะมีลักษณะเป็นเส้นตรงขนานกันไป ผู้ใช้สามารถกำหนดระยะห่างและมุมของเส้นได้อย่างแน่นอน สามารถเลือกที่จะกำหนดให้เขียนเส้นได้ทั้งแบบทิศทางเดียวและแบบสองทิศทาง ตัวอย่าง การเขียนลวดลายชนิด User defined ลงในกรอบสี่เหลี่ยมที่เตรียมไว้ A. ใช้คำสั่ง RECTANG เขียนรูปสี่เหลี่ยมขนาด 2 x 3 หน่วยขึ้นมาหนึ่งรูปดังนี้ Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @ 3,2 – พิมพ์ @3,2 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. ใช้คำสั่ง HATCH เขียนลวดลายชนิด User defined คำอธิบายประกอบภาพ Hatch and Gradient เลือกชนิดของ HATCH เป็นชนิด User defined กำหนดมุมของลวดลายที่ต้องการ คลิกใส่เครื่องหมายถูก ในกรณีที่ต้องการลวดลายสองทิศทางตัดกัน กำหนดระยะห่างของเส้นแต่ละเส้น เป็นการกำหนดพื้นที่ที่ต้องการใส่ลวดลายลงไปเราสามารถกำหนดได้ 2 วิธีคือ 5.1 Add : Pick points – เป็นการกำหนดพื้นที่โดยการคลิกลงในพื้นที่ที่ต้องการ 5.2 Add : Select objects – เป็นการกำหนดพื้นที่โดยการคลิกลงบนวัตถุที่ต้องการ ตัวอย่าง การเขียนลวดลายชนิด User defined สองทิศทาง   ตัวอย่าง การเขียนลวดลายชนิด User defined ทิศทางเดียว ถ้า HATCH ไม่แสดงผลดังภาพตัวอย่างให้ใช้คำสั่ง FILL กำหนดค่าให้เป็น ON แล้วตามซ้ำด้วยคำสั่ง REGEN อีกที

บทเรียนที่ 52. การเขียนเส้น MultiLINE (ตอนที่ 4/4)

July 17, 2017 Teerapat 0

ในสามตอนที่ผ่านมาผู้เขียนได้นำเสนอวิธีการสร้างสไตล์ และวิธีการเขียนเส้น MultiLINE ไปแล้วเรียบร้อย และถ้าหากจะไม่กล่าวถึงคำสั่งที่ใช้แก้ไขเส้น MultiLINE ในบทเรียนนี้ก็เหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง คำสั่ง MLEDIT เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแก้ไขเส้น MultiLINE โดยเฉพาะ ถึงแม้โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนเองก็ไม่ค่อยได้ใช้งานคำสั่งนี้มากนัก เพราะเราสามารถใช้คำสั่งอื่นๆเช่นคำสั่ง TRIM STRETCH MIRROR EXPLODE และคำสั่งในกลุ่มที่ใช้จัดการกับวัตถุมาใช้จัดการกับเส้น MultiLINE ได้เช่นเดียวกันเหมือนกับวัตถุชนิดอื่นๆ แต่อาจจะมีบางคำสั่งที่ถ้าหากใช้แล้วคุณสมบัติของเส้น MultiLINE จะเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่นการใช้คำสั่ง EXPLODE เมื่อนำมาใช้กับเส้น MultiLINE แล้วชนิดของเส้น MultiLINE จะเปลี่ยนไปเป็น LINE แทนแต่จะยังคงรูปแบบและลักษณะเหมือนเดิมทุกประการ ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง MLEDIT แก้ไขเส้น MultiLINE A. ใช้คำสั่ง MLINE เขียนเส้น MultiLINE สไตล์ Wall2 ขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ (สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สร้างสไตล์ Wall2 ดูวิธีการสร้างได้ที่ บทเรียนที่ 50. การเขียนเส้น MultiLINE ตอนที่ 2/4) Command: M L I N E – พิมพ์ MLINE แล้ว ENTER Current settings: Justification = Top, Scale = 20.00, Style = STANDARD Specify start point or [Justification/Scale/STyle]: ST – พิมพ์ ST เพื่อกำหนดสไตล์เส้น MultiLINE Enter mline style name or [?]: Wall2 – พิมพ์ชื่อสไตล์ที่ต้องการลงไป Current settings: Justification = Top, Scale = 20.00, Style = WALL2 Specify start point or [Justification/Scale/STyle]: S – พิมพ์ S เพื่อกำหนดสเกลให้กับเส้น MultiLINE Enter mline scale <20.00>: 1 – กำหนดให้เป็น 1 เพราะจะได้มีขนาดเท่ากับที่เราสร้างไว้ Current settings: Justification = Top, Scale = 1.00, Style = WALL2 Specify start point or [Justification/Scale/STyle]: J – กำหนดจุดกำเนิดของเส้น Multiline Enter justification type [Top/Zero/Bottom] : Z – กำหนดให้เป็นจุด Zero Current settings: Justification = Zero, Scale = 1.00, Style […]