บทเรียนที่ 98. การแก้ไข BLOCK ในกรณีที่มีสถานะเป็นไฟล์

July 20, 2017 Teerapat 0

เนื่องจากบล็อคประเภทนี้มีสถานะเป็นไฟล์ .DWG เช่นเดียวกับไฟล์ทั่วๆไปของ AutoCAD เราสามารถใช้คำสั่ง OPEN เปิดเข้าไปเพื่อทำการแก้ไขรายละเอียดต่างๆภายในไฟล์ตามที่เราต้องการได้และเมื่อเสร็จสิ้นการแก้ไขก็ให้ผู้ใช้ทำการบันทึกไฟล์ให้เรียบร้อย หลังจากนั้นค่อยใช้คำสั่ง INSERT ในการนำเข้าไฟล์นั้นๆอีกที แต่ประเด็นสำคัญมันจะอยู่ตรงที่ในกรณีที่นำเข้าไฟล์แล้วบังเอิญชื่อไฟล์ที่นำเข้าไปซ้ำกับชื่อบล็อคเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว คำสั่ง INSERT จะถามคุณทันทีว่า คุณต้องการที่จะแทนที่บล็อคเดิมด้วยไฟล์ใหม่นี้หรือไม่ ถ้าคุณตอบใช่ บล็อคเดิมที่มีอยู่ภายใน DRAWING ทั้งหมดจะเปลี่ยนไปเป็นบล็อคใหม่ตามข้อมูลในไฟล์ที่คุณนำเข้าทันที แต่ถ้าหากคุณไม่ต้องการให้ไฟล์ที่นำเข้าไปทับบล็อคเดิมที่มีอยู่แล้ว ก็ให้ตอบไม่ แต่ถ้าหากคุณยังต้องการนำเข้าไฟล์นั้นอยู่และในขณะเดียวกันก็ต้องการให้บล็อคเดิมที่มีอยู่คงสภาพอยู่เหมือนเดิม แนะนำให้คุณทำการเปลี่ยนชื่อไฟล์หรือชื่อบล็อคตัวใดตัวหนึ่งก็ได้เพื่อไม่ให้ชื่อซ้ำกัน เสร็จแล้วค่อยนำเข้าด้วยคำสั่ง INSERT อีกที ซึ่งผู้เขียนจะได้นำเสนอวิธีการเปลี่ยนชื่อบล็อคโดยใช้คำสั่ง RENAME ในบทเรียนต่อไป ตัวอย่าง การนำเข้าไฟล์ TRIANGLE.DWG ทับบล็อค TRIANGLE ที่อยู่ใน DRAWING A. หากคุณยังไม่ได้สร้างบล็อค TRIANGLE.DWG ให้ดูวิธีสร้างและนำเข้าบล็อค ในบทเรียนที่ 90 ก่อนเพราะเราจะนำมาใช้ในการทดลอง B. เพื่อให้ลำดับขั้นตอนในการทดลองเหมือนกันให้คุณ ปิดไฟล์ TRIANGLE.DWG และไฟล์ TESTBLOCK.DWG ก่อนเริ่มการทดลองในข้อต่อไป C. ให้คุณเปิดไฟล์ TRIANGLE.DWG ขึ้นมาใช้งานโดยคำสั่ง OPEN ดังนี้   D. ให้คุณเปิดไฟล์ TESTBLOCK.DWG ขึ้นมาใช้งานโดยคำสั่ง OPEN (เหมือนกับขั้นตอนในข้อ C) ให้คุณสังเกตและจดจำลักษณะของบล็อค TRIANGLE ที่มีอยู่ในไฟล์ TESTBLOCK.DWG ให้ดีเพื่อใช้เปรียบเทียบหลังจากการทดลองเสร็จสิ้น รูปบล็อค TRIANGLE ที่นำเข้ามาก่อนการ INSERT ทับ   E. กลับไปที่ไฟล์ TRIANGLE.DWG เพื่อทำการแก้ไขภายในไฟล์โดยเราจะทำการระบายทึบลงในรูปสามเหลี่ยมด้วยคำสั่ง HATCH คุณสามารถสลับไฟล์ที่ใช้งานไปมาได้โดยการกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วกดปุ่ม TAB ไปมา(ปุ่ม TAB คือปุ่มที่อยู่เหนือปุ่ม CAPS LOCK บางทีอาจไม่มีชื่อแสดงบนคีย์บอร์ด) หลังจากคลิกในขั้นตอนที่ 6 ให้คุณคลิกลงในรูปสามเหลี่ยมแล้ว Enter หนึ่งครั้ง จากนั้นทำตามขั้นตอนต่างๆในรูปต่อไป(ในกรณีที่ไม่มีการระบายทึบใดๆเกิดให้ใช้คำสั่ง FILL กำหนดสถานะให้เป็น ON แล้วตามด้วยคำสั่ง REGEN อีกที) F. พิมพ์คำสั่ง QSAVE ลงใน Command : ของ AutoCAD เพื่อทำการบันทึกไฟล์ TRIANGLE.DWG G. กดปุ่ม Ctrl+Tab กลับไปทำงานที่ไฟล์ TESTBLOCK.DWG อีกครั้ง H. เรียกใช้คำสั่ง INSERT นำเข้าไฟล์ TRIANGLE.DWG อีกครั้ง (กรณีนี้เราจะมีบล็อคที่ชื่อ TRIANGLE อยู่ในไฟล์ TESTBLOCK.DWG อยู่ก่อนแล้ว) I. หลังจากที่คุณกดปุ่ม Yes บล็อค TRIANGLE ที่มีอยู่เดิมจะเปลี่ยนไปเป็นบล็อค TRIANGLE ตัวใหม่ตามข้อมูลที่มีอยู่ในไฟล์ TRIANGLE.DWG ที่เราได้ทำการแก้ไขไปทันที

บทเรียนที่ 48. ย่อขยายวัตถุด้วยคำสั่ง SCALE

July 16, 2017 Teerapat 0

เส้นแบ่งของคำว่าย่อและขยายสำหรับคำสั่ง SCALE ใน AutoCAD คือหากผู้ใช้ทำการกำหนดค่าที่มีค่าน้อยกว่า 1 วัตถุที่ถูกเลือกไว้จะถูกย่อให้มีขนาดเล็กลง แต่ถ้ากำหนดค่ามากกว่า 1 วัตถุที่ถูกเลือกไว้จะถูกขยายขนาดให้มีขนาดใหญ่ขึ้นตามสัดส่วนที่กำหนด ตัวอย่างที่ 1. การใช้คำสั่ง SCALE ย่อวัตถุให้มีขนาดเล็กลง A. ใช้คำสั่ง RECTANG สร้างรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1×1 หน่วย Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @1,1 – พิมพ์ @1,1 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. ใช้คำสั่ง SCALE ย่อวัตถุให้มีขนาดเล็กลง Command: S C A L E – พิมพ์คำสั่ง SCALE แล้วกด ENTER Select objects: 1 found – คลิกเลือกวัตถุที่สร้างในข้อ A Select objects: – ENTER เมื่อไม่ต้องการเลือกวัตถุแล้ว Specify base point: _endp of – กด CTRL + คลิกเมาส์ขวา เลื่อก Endpoint แล้วคลิกตรงมุมใดมุมหนึ่งของรูปสี่เหลี่ยมเพื่อใช้เป็นฐานหรือจุดอ้างอิงสำหรับการย่อขยาย Specify scale factor or [Copy/Reference] <1.0000>: 0.5 – พิมพ์ค่าที่ต้องการย่อขยายวัตถุลงไป ค่าน้อยกว่า 1 จะเป็นการย่อวัตถุให้เล็กลง ภาพที่ 1. ตัวอย่างการใช้งานคำสั่ง SCALE ในการย่อวัตถุให้เล็กลง   ตัวอย่างที่ 2. การใช้คำสั่ง SCALE ขยายวัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น C. ใช้คำสั่ง RECTANG สร้างรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1×1 หน่วย Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @1,1 – พิมพ์ @1,1 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   D. ใช้คำสั่ง SCALE ขยายวัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น Command: S C A L E – พิมพ์คำสั่ง SCALE แล้วกด ENTER Select objects: 1 found – คลิกเลือกวัตถุที่สร้างในข้อ C Select objects: – ENTER เมื่อไม่ต้องการเลือกวัตถุแล้ว Specify […]

บทเรียนที่ 47. เพิ่มจุดเพิ่มเส้นใน PLINE ด้วยคำสั่ง PEDIT -> Edit vertex

July 16, 2017 Teerapat 0

PEDIT -> Edit vertex ผู้เขียนมักจะใช้คำสั่งนี้แก้ไขเส้น PLINE ที่เขียนไปแล้วบ่อยๆเพราะสะดวกกว่าวิธีที่เราจะต้องระเบิดเส้น PLINE แล้วมาแก้ไขทีหลัง เพราะหลังจากที่เราระเบิดเส้นไปแล้วเส้นนั้นๆจะมีคุณสมบัติกลายเป็นเส้นหรือ LINE ธรรมดาไป ซึ่งถ้าหากเราต้องการให้กลับมาเป็นเส้น PLINE ดังเดิมต้องใช้คำสั่ง PEDIT -> JOIN ในการเชื่อมต่อเส้นต่างๆเพื่อให้กลับมาเป็นเส้น PLINE อีกครั้ง ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง PEDIT -> Edit vertex เพิ่มจุดเพิ่มเส้นในเส้น PLINE A. ใช้คำสั่ง PDMODE เพื่อกำหนดรูปแบบของจุด Command: P D M O D E – พิมพ์คำสั่ง PDMODE แล้วกดปุ่ม ENTER Enter new value for PDMODE <0>: 3 – พิมพ์ 3 เพื่อกำหนดรูปแบบของจุด แล้วกดปุ่ม ENTER Regenerating model.   B. ใช้คำสั่ง PDSIZE เพื่อกำหนดขนาดของจุด Command: P D S I Z E – พิมพ์คำสั่ง PDSIZE แล้วกดปุ่ม ENTER Enter new value for PDSIZE <1.0000>: 0.1 – พิมพ์ 0.1 เพื่อกำหนดขนาดของจุด แล้วกดปุ่ม ENTER Regenerating model.   C. ใช้คำสั่ง POINT ในการมาร์คตำแหน่งที่ต้องการดังนี้ Command: P O I N T – พิมพ์คำสั่ง POINT แล้วกดปุ่ม ENTER Current point modes: PDMODE=3 PDSIZE=0.1000 – รูปแบบและขนาดของ Point ที่กำหนดจากคำสั่ง PDMODE และ PDSIZE Specify a point: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป จุด C3 (ในกรณีที่มองไม่เห็นจุดที่เกิดขึ้นให้ดูวิธีแก้ปัญหาใน ข้อD.ด้านล่าง) Command: – กดปุ่ม ENTER เพื่อเรียกใช้คำสั่งเดิม POINT Current point modes: PDMODE=3 PDSIZE=0.1000 Specify a point: 15,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป จุด C7 Command: – กดปุ่ม ENTER เพื่อเรียกใช้คำสั่งเดิม POINT Current point modes: PDMODE=3 PDSIZE=0.1000 Specify a point: 17.5,12.5 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป จุด C11 Command: – กดปุ่ม ENTER เพื่อเรียกใช้คำสั่งเดิม POINT Current point modes: PDMODE=3 PDSIZE=0.1000 Specify a point: 15,15 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป […]

บทเรียนที่ 39. คำสั่ง BREAK เบรคแล้วเบรคอีก

July 16, 2017 Teerapat 0

เป็นคำสั่งที่ใช้ตัดหรือแบ่งวัตถุออกเป็นส่วนๆโดยอาศัยวัตถุชิ้นอื่นเป็นตัว กำหนดจุดเริ่มต้นในการตัดวัตถุที่ต้องการ คำสั่งนี้ก็ทำหน้าที่คล้ายๆกับคำสั่ง TRIM ในบทเรียนที่ผ่านมา แต่การนำไปใช้งานแตกต่างกันในรายละเอียด ตัวอย่างการใช้คำสั่ง BREAK ในการตัดวัตถุ A. เขียนเส้นตรงขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 15,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. ในกรณีที่ภาพวัตถุที่สร้างขึ้นในข้อ A มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปให้ใช้คำสั่ง ZOOM ปรับการแสดงผลบนจอภาพให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการทำงาน C. ใช้คำสั่ง PDMODE กำหนดค่าให้เป็น 3 เพื่อกำหนดรูปแบบของจุดให้เป็นรูปกากบาท Command: P D M O D E – พิมพ์คำสั่ง PDMODE แล้วกดปุ่ม ENTER Enter new value for PDMODE <0>: 3 – พิมพ์ 3 เพื่อกำหนดรูปแบบของจุด แล้วกดปุ่ม ENTER Regenerating model.   D. ใช้คำสั่ง DIVIDE เพื่อแบ่งเส้นออกเป็นส่วนเท่าๆกัน Command: D I V I D E – พิมพ์คำสั่ง DIVIDE แล้วกดปุ่ม ENTER Select object to divide: – ใช้เมาส์คลิกเส้นตรงที่สร้างในข้อ A Enter the number of segments or [Block]: 5 – กำหนดจำนวนที่ต้องการแบ่งออกเป็นส่วนๆเท่าๆกัน ภาพประกอบ ตัวอย่างคำสั่ง DIVIDE ในการแบ่งเส้นออกเป็นส่วนเท่าๆกัน   E. ใช้คำสั่ง BREAK เพื่อแบ่งเส้นออกเป็นส่วนๆตามที่เราต้องการ ในตัวอย่างนี้เราจะทำการตัดเส้นตรงระหว่างจุด BC และ DE ออก Command: B R E A K – พิมพ์คำสั่ง BREAK แล้วกดปุ่ม ENTER Select object: – ใช้เมาส์คลิกเส้นตรงที่สร้างในข้อ A Specify second break point or [First point]: F – พิมพ์ F แล้ว ENTER เพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นในการตัด Specify first break point: _nod of – กด CTRL + คลิกเมาส์ขวา เลือก Node แล้วคลิกตรงเส้นกากบาทในจุด B Specify second break point: _nod of – กด CTRL + คลิกเมาส์ขวา เลือก Node แล้วคลิกตรงเส้นกากบาทในจุด C Command: – ENTER เพื่อใช้คำสั่ง […]

บทเรียนที่ 38. คำสั่ง TRIM ใช้ตัดวัตถุที่ต้องการ

July 16, 2017 Teerapat 0

เป็นคำสั่งที่ใช้ตัดหรือแบ่งวัตถุออกเป็นส่วนๆโดยอาศัยวัตถุชิ้นอื่นเป็นตัว กำหนดจุดเริ่มต้นในการตัดวัตถุที่ต้องการ ตัวอย่างการใช้คำสั่ง TRIM ในการตัดวัตถุ A. เขียนเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 15,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. ในกรณีที่ภาพวัตถุที่สร้างขึ้นในข้อ A มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปให้ใช้คำสั่ง ZOOM ปรับการแสดงผลบนจอภาพให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการทำงาน C. เขียนวงกลมขึ้นมาหนึ่งวงดังนี้ Command: C I R C L E – พิมพ์ CIRCLE แล้ว ENTER Specify center point for circle or [3P/2P/Ttr (tan tan radius)]: _mid of – กด CTRL + คลิกเมาส์ขวา เลือก Midpoint แล้วคลิกตรงเส้นตรงที่สร้างในข้อ A Specify radius of circle or [Diameter]: 1 – พิมพ์ค่ารัศมีลงไปในที่นี้ให้กำหนดค่าเท่ากับ 1   D. ใช้คำสั่ง TRIM ในการตัดเส้นรูปวงกลมออกให้เหลือเป็นรูปครึ่งวงกลม Command: T R I M – พิมพ์ TRIM แล้ว ENTER Current settings: Projection=UCS, Edge=None Select cutting edges … Select objects or <select all>: 1 found – คลิกที่เส้นตรงเพื่อกำหนดจุดที่เริ่มใช้ในการตัด Select objects: – ENTER เพื่อออกจากการเลือกวัตถุที่ใช้อ้างอิงในการตัด Select object to trim or shift-select to extend or [Fence/Crossing/Project/Edge/eRase/Undo]: – คลิกตรงส่วนล่างของรูปวงกลม Select object to trim or shift-select to extend or [Fence/Crossing/Project/Edge/eRase/Undo]: – ENTER เพื่อออกจากการเลือกวัตถุที่จะตัด รูปตัวอย่างที่ใช้ทดลองคำสั่ง TRIM   E. ใช้คำสั่ง TRIM ในการตัดเส้นตรงส่วนปลายทั้งสองด้านออก Command: T R I M – พิมพ์ TRIM แล้ว ENTER Current settings: Projection=UCS, Edge=None Select cutting edges … Select objects or <select all>: 1 found – คลิกที่รูปครึ่งวงกลมเพื่อกำหนดจุดที่เริ่มใช้ในการตัด Select […]

บทเรียนที่ 28. คิดจะย้ายวัตถุคิดถึงคำสั่ง MOVE

July 15, 2017 Teerapat 0

คำสั่ง MOVE ใช้ย้ายวัตถุที่มีอยู่แล้วใน Drawing ไปยังตำแหน่งใหม่ที่ต้องการ หลักๆในการใช้ก็ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแค่กำหนดจุดอ้างอิงของวัตถุในตำแหน่งเดิม กับจุดอ้างอิงของจุดในตำแหน่งใหม่ที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็สามารถย้ายวัตถุไปในตำแหน่งที่ต้องการได้แล้วละครับ ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง MOVE โดยอาศัยจุดศูนย์กลางของวงกลม(Center) ย้ายวงกลมไปยังจุดกึ่งกลางของเส้นตรง(Midpoint) A. ใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้น Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของเส้นตรง Specify next point or [Undo]: @ 3 < 0 – พิมพ์ความยาวและมุมที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: – กดปุ่ม ENTER เพื่อจบคำสั่ง B. ใช้คำสั่ง Zoom คำสั่งย่อย Extents Command: Z O O M – พิมพ์ Zoom แล้ว ENTER Specify corner of window, enter a scale factor (nX or nXP), or [All/Center/Dynamic/Extents/Previous/Scale/Window/Object] : E – พิมพ์ E แล้ว ENTER Regenerating model. – ผลที่ได้ จอภาพจะทำการซูมและแสดงรายละเอียดทั้งหมดที่มีอยู่ใน drawing ให้มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้   C. ใช้คำสั่ง CIRCLE เขียนรูปวงกลมขึ้นมา 1 รูป (ตรงไหนก็ได้ใกล้ๆ เส้นตรงที่เขียนในข้อ A) Command: C I R C L E – พิมพ์ CIRCLE แล้ว ENTER Specify center point for circle or [3P/2P/Ttr (tan tan radius)]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดศูนย์กลางของวงกลม Specify radius of circle or [Diameter]: 0.5 – พิมพ์รัศมีของวงกลมที่ต้องการลงไป ในที่นี้เรากำหนดให้รัศมีเท่ากับ 0.5 ภาพประกอบ ตัวอย่างการใช้คำสั่ง MOVE (ก่อนการย้าย)   D. ใช้คำสั่ง MOVE ย้ายวงกลมไปไว้ที่ตรงกลางของเส้นตรง Command: M O V E – พิมพ์ MOVE แล้ว ENTER Select objects: 1 found – ใช้เมาส์คลิกวงกลมเพื่อเลือกวัตถุที่ต้องการย้าย Select objects: – กด SPACBAR หรือ ENTER เมื่อไม่ต้องการเลือกวัตถุใดๆเพิ่ม Specify base point or [Displacement] : _cen of – กด CTRL + คลิกเมาส์ขวา เลือก Center แล้วเลื่อนเม้าส์ไปใกล้เส้นวงกลมแล้วคลิก […]

No Picture

บทเรียนที่ 23. คำสั่ง OOPS เผลอลบวัตถุไปแล้วทำไงดี

July 15, 2017 Teerapat 0

เผลอลบวัตถุไปแล้วทำไงดี ก็เรียกคืนกลับมาซิครับ ใน AutoCAD เรามีคาถา OOPS ที่จะใช้เรียกวัตถุที่เพิ่งถูกลบหรือหายไปจาก Drawing ให้กลับคืนมา แต่ขอย้ำนะครับว่าจะต้องเป็นวัตถุที่เพิ่งหายหรือเพิ่งถูกลบชิ้นล่าสุดเท่านั้นจึงจะสามารถเรียกกลับคืนมาได้ ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง OOPS ในการเรียกวัตถุที่เพิ่งถูกลบไปให้กลับคืนมา A. ใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้น Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของเส้นตรง Specify next point or [Undo]: @ 5 < 0 – พิมพ์ความยาวและมุมที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: – กดปุ่ม ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. ใช้คำสั่ง ERASE ลบเส้นตรงที่เขียนในข้อ A Command: E R A S E – พิมพ์คำสั่ง ERASE แล้วกดปุ่ม ENTER Select objects: 1 found – ใช้เมาส์คลิกตรงเส้นตรงเพื่อเลือกวัตถุ Select objects: – กดปุ่ม ENTER เพื่อจบคำสั่ง   C. ใช้คำสั่ง OOPS เพื่อเรียกเส้นที่ถูกลบไปในข้อ B ให้กลับคืนมา Command: O O P S – พิมพ์คำสั่ง OOPS แล้วกดปุ่ม ENTER เพียงเท่านี้วัตถุที่เพิ่งถูกลบไปก็จะกลับคืนมา

บทเรียนที่ 22. คำสั่ง ERASE วัตถุชิ้นไหนไม่ได้ใช้ก็ลบซะ

July 15, 2017 Teerapat 0

ใช้ในการลบวัตถุที่ไม่ต้องการออกจาก Drawing คำสั่ง ERASE เป็นคำสั่งแรกในหมวดที่ใช้จัดการกับวัตถุ ที่ผู้เขียนเพิ่งจะได้ฤกษ์มานำเสนอ เพราะเนื้อหาในบทเรียนต่อไปผู้เขียนจะใช้คำสั่งนี้เป็นตัวอย่างในการอธิบาย ประกอบกับเนื้อหาใหม่ที่จะกล่าวถึงควบคู่กันไป ในขั้นแรกผู้เขียนขอให้ผู้อ่านรู้จักและทำความเข้าใจกับคำสั่ง ERASE กันก่อน คำว่า Drawing ในที่นี้ก็คือจอภาพหรือไฟล์ที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ในขณะนั้น ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง ERASE ในการลบวัตถุ A. ใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้น Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของเส้นตรง Specify next point or [Undo]: @ 5 < 0 – พิมพ์ความยาวและมุมที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: – กดปุ่ม ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. ใช้คำสั่ง ERASE ลบเส้นตรงที่เขียนในข้อ A Command: E R A S E – พิมพ์คำสั่ง ERASE แล้วกดปุ่ม ENTER Select objects: 1 found – ใช้เมาส์คลิกตรงเส้นตรงเพื่อเลือกวัตถุ Select objects: – กดปุ่ม ENTER เพื่อจบคำสั่ง ภาพประกอบ ตัวอย่างการใช้คำสั่ง ERASE ในการลบวัตถุ