บทเรียนที่ 108. ดึงบล็อคที่อยู่ในไฟล์อื่นมาใช้งานด้วย ADcenter

July 20, 2017 Teerapat 0

สมมุติว่าเรากำลังเปิดใช้งานไฟล์ B.dwg อยู่และเราต้องการนำเข้าบล็อค A1 ที่อยู่ในไฟล์ A.dwg วิธีการดั้งเดิมที่ผู้ใช้งาน AutoCAD ส่วนใหญ่มักจะใช้กันก็คือ นำเข้าไฟล์ A.dwg เข้ามาในไฟล์ B.dwg ก่อนเป็นลำดับแรก แล้วหลังจากนั้นค่อยนำเข้าบล็อค A1 อีกที ถ้าใช้วิธีนี้จะเห็นได้ว่าเราจะต้องใช้คำสั่ง INSERT ถึงสองครั้งด้วยกันจนกว่าเราจะได้บล็อค A1 ตามที่เราต้องการ แต่ถ้าหากใช้คำสั่ง ADcenter เราจะสามารถนำเข้าบล็อค A1 ได้เลยทันทีโดยที่ไม่ต้องนำเข้าไฟล์ A.dwg ก่อน นอกเหนือจากจะช่วยลดขั้นตอนในการนำเข้าแล้วยังช่วยลดปริมาณข้อมูลขยะที่ติดมากับไฟล์ A.dwg อีกด้วย ( ตัวอย่างข้อมูลขยะเช่น ในไฟล์ A.dwg มีบล็อคอยู่ 20 ตัว แต่เราต้องการใช้แค่ตัวเดียวคือบล็อค A1 เท่านั้น อีก 19 ตัวก็เป็นขยะเพียวๆ นี่ยังไม่รวมถึงข้อมูลอื่นๆอีกเช่น เลเยอร์ แบบเส้น ที่ติดมากับไฟล์ A.dwg อีกด้วย) ตัวอย่าง การนำเข้าบล็อค A1 จากไฟล์ A.dwg เข้ามาในไฟล์ B.dwg ด้วยคำสั่ง ADcenter A. ตัวอย่างที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทางในการใช้งานคำสั่ง ADcenter ท่านผู้อ่านสามารถใช้ไฟล์อื่นในการทดลองแทนก็ได้ B. เปิดไฟล์ B.dwg ขึ้นมาใช้งาน C. พิมพ์คำสั่ง ADCENTER ลงใน Command : ของ AutoCAD แล้ว Enter จะปรากฏหน้าต่าง DESIGNCENTER จากนั้นให้ปฎิบัติตามขั้นตอนในรูป จะเห็นได้ว่านอกจากบล็อคที่เราสามารถดึงมาจากไฟล์อื่นแล้ว เรายังสามารถดึงข้อมูลต่างๆมาได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น DimStyles Layaer เป็นต้น คำอธิบายประกอบภาพหน้าต่าง DESIGNCENTER และหน้าต่าง Insert เลือกเส้นทางที่ไฟล์ A.dwg ถูกจัดเก็บอยู่ ดับเบิ้ลคลิกตรงไฟล์ A.dwg เลือกชนิดของข้อมูลที่ต้องการนำเข้า ในที่นี้เราต้องการนำเข้าบล็อค ให้ทำการดับเบิ้ลคลิกตรง Blocks ดับเบิ้ลคลิกตรงชื่อบล็อค A1 หรือตามที่เราต้องการ จากนั้นจะปรากฏหน้าต่าง Insert แสดงชื่อบล็อคที่ต้องการนำเข้า กดปุ่ม OK เสร็จแล้วคลิกลงจุดใดจุดหนึ่งที่ต้องการเพื่อทำการกำหนดจุดสอดแทรกให้บล็อคที่เราได้ทำการนำเข้า

บทเรียนที่ 107. เมื่อรูปภาพที่เคยนำเข้าหายไปจาก Drawing

July 20, 2017 Teerapat 0

บทเรียนนี้เราจะมาทำการศึกษาวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกรณีที่ไฟล์รูปภาพที่เคยนำเข้ามาแล้วหายไปจาก Drawing แสดงเพียงเส้นกรอบ ชื่อ และเส้นทางที่อยู่ของไฟล์ของรูปภาพที่เคยนำเข้าเท่านั้น สาเหตุส่วนใหญ่ที่พบมักเกิดจากไฟล์รูปภาพต้นฉบับหายไปจากตำแหน่งที่จัดเก็บเดิม อาจถูกลบ ถูกย้าย หรือไม่เคยมีมาก่อนซึ่งในกรณีหลังนี้มักเกิดขึ้นจากการนำไฟล์ Drawing ไปใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นที่ไม่เคยมีไฟล์รูปภาพต้นฉบับมาก่อน วิธีการแก้ปัญหาในกรณีที่ไฟล์ถูกลบออกไปก็คงต้องอาศัยโชคช่วยนิดหนึ่ง ให้คุณเข้าไปตรวจดูในถังขยะของวินโดว์ว่ายังมีอยู่ไหมถ้ามีก็ให้กู้กลับคืนมา แต่ถ้าไม่มีลองตรวจสอบดูว่าพอจะมีไฟล์รูปภาพต้นฉบับอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น หรือสำรองไว้ที่ไหนอีกหรือเปล่าถ้ามีให้คุณทำการคัดลอกไฟล์รูปภาพมาเก็บไว้ในตำแหน่งเดิม ถ้าโชคร้ายจริงๆก็คงต้องสร้างไฟล์รูปภาพขึ้นมาใหม่เพื่อมาใช้แทนภาพต้นฉบับเดิมที่ถูกลบทิ้งไป แต่ถ้าเป็นในกรณีที่เป็นเพียงการย้ายไฟล์ต้นฉบับไปจัดเก็บไว้ในโฟลเดอร์อื่น ก็สามารถใช้วิธีการกำหนดเส้นทางการจัดเก็บใหม่ให้กับไฟล์รูปภาพ ดังตัวอย่างที่จะได้นำเสนอต่อไป สำหรับในกรณีที่ไม่เคยมีไฟล์ต้นฉบับมาก่อน อาจมาจากการที่เรานำไฟล์ Drawing ไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นนั้น ก็ให้ทำการคัดลอกรูปภาพต้นฉบับไปจัดเก็บลงในโฟลเดอร์ตามที่เราต้องการ หลังจากนั้นก็ให้กำหนดเส้นทางในการจัดเก็บไฟล์ใหม่ ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถดูวิธีการระบุเส้นทางในการจัดเก็บไฟล์จากตัวอย่างในบทเรียนนี้ได้เช่นเดียวกัน   ตัวอย่าง วิธีการกำหนดหรือเปลี่ยนเส้นทางในการจัดเก็บไฟล์รูปภาพต้นฉบับ A. หลังจากที่คุณเปิดไฟล์ Drawing ที่ต้องการขึ้นมาใช้งาน หากปรากฏว่าเจอปัญหาตามที่ได้กล่าวไว้แล้วด้านบน โดยมีสาเหตุมาจากคุณได้ทำการย้ายไฟล์ต้นฉบับไปไว้ในโฟลเดอร์อื่นสามารถแก้ไขได้โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ B. เรียกใช้คำสั่ง IMAGE โดยการพิมพ์ลงใน Command : ของ AutoCAD จะปรากฏหน้าต่าง EXTERNAL REFERENCES จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ปรากฏในรูป คำอธิบายประกอบภาพหน้าต่าง EXTERNAL REFERENCES และหน้าต่าง Select Image File คลิก เลือกชื่อรูปภาพที่หายไป ในตัวอย่างนี้รูปภาพที่หายไปชื่อ star ในกรอบ Found At ให้คลิกตรงปุ่ม … ด้านท้ายข้อความดังรูป จะปรากฏหน้าต่าง Select Image File เลือกเส้นทางของไฟล์ในเส้นทางใหม่ที่มีไฟล์ที่เราต้องการอยู่ เลือกชื่อไฟล์ต้นฉบับตามที่ต้องการ กดปุ่ม Open เสร็จแล้วรอสักครู่ รูปภาพที่หายไปจะกลับมาปรากฏอีกครั้ง

บทเรียนที่ 106. IMAGE นำเข้าไฟล์รูปภาพ

July 20, 2017 Teerapat 0

คำสั่ง IMAGE เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับนำเข้าไฟล์ประเภทรูปภาพที่มีอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งานในตำแหน่งหรือ Drawing ที่เรากำหนด แต่ในการนำเข้าไฟล์ประเภทรูปภาพจะเป็นเพียงแค่การเชื่อมโยงข้อมูลจากภายนอกเท่านั้น ไม่ได้มีการนำไฟล์รูปภาพเข้ามาส่วนหนึ่งของ Drawing จริงๆเหมือนกับการนำเข้าไฟล์ .DWG ด้วยคำสั่ง INSERT ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ไฟล์รูปภาพต้นฉบับเกิดการสูญหาย ถูกลบ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางจัดเก็บไฟล์ ก็จะส่งผลให้ Drawing ที่เราได้ทำการนำเข้ารูปภาพไว้ก่อนหน้านั้นไม่สามารถนำภาพนั้นขึ้นมาแสดงได้ตามปกติถึงแม้ผู้ใช้จะทำการบันทึกไฟล์แล้วก็ตาม แต่อย่างไรก็ดีเราสามารถที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ได้ ซึ่งผู้เขียนจะได้อธิบายวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ในบทเรียนต่อไป ตัวอย่าง การนำเข้ารูปภาพที่ต้องการด้วยคำสั่ง IMAGE A. ให้ท่านผู้อ่านเตรียมไฟล์รูปภาพหนึ่งรูป จะเป็นไฟล์ที่มีนามสกุล .bmp .jpg .png ก็ได้ B. ในช่อง Color Control ของ AutoCAD ให้เปลี่ยนเป็นสีแดงดังรูป (ผู้เขียนต้องการแสดงให้เห็นเส้นกรอบของรูปภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อจะใช้อธิบายการปิดเส้นกรอบของรูปภาพท้ายบทเรียน)   C. พิมพ์คำสั่ง IMAGE ลงใน Command : ของ AutoCAD แล้ว Enter จะปรากฏหน้าต่าง EXTERNAL REFERENCES จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ปรากฏในรูป   D. หลังจากที่คลิก Attach Image จะปรากฏหน้าต่าง Select Image File ให้คุณเลือกไฟล์รูปภาพที่คุณต้องการนำเข้า ในขั้นตอนที่ 4. เป็นการเลือกเส้นทางที่ใช้จัดเก็บไฟล์   E. หลังจากที่กดปุ่ม Open จะปรากฏหน้าต่าง Image จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ปรากฏในรูป ในขั้นตอนที่ 8. แสดงเส้นทางที่เป็นแหล่งจัดเก็บไฟล์   F. หลังจากที่กดปุ่ม OK ให้ปฏิบัตตามขั้นตอนต่อไปนี้ Specify insertion point <0,0>: – คลิกลงในตำแหน่งที่ต้องการ Base image size: Width: 50.000000, Height: 37.500000, Millimeters Specify scale factor <1>: – กำหนดสัดส่วนที่ต้องการ หรือ ENTER เพื่อจบคำสั่ง  สามารถ เปิด/ปิด กรอบของรูปภาพได้โดยใช้คำสั่ง IMAGEFRAME โดยกำหนดค่าให้เป็น 0 เพื่อปิดเส้นกรอบ (เส้นสีแดงที่ปรากฏในภาพตัวอย่าง) หรือกำหนดค่าให้เป็น 1 เพื่อแสดงเส้นกรอบรูปภาพทั้งทางจอภาพและเครื่องพิมพ์ หรือกำหนดค่าให้เป็น 2 เพื่อแสดงเส้นกรอบรูปภาพทางจอภาพแต่ไม่แสดงออกทางเครื่องพิมพ์

บทเรียนที่ 96. Object Snap ตอนการกำหนดจุด Insert ของ BLOCK

July 20, 2017 Teerapat 0

Object Snap ในจุด Insert ผู้เขียนเคยเขียนแนะนำไปแล้วครั้งหนึ่ง ในครั้งนั้นเป็นการนำเสนอตัวอย่างการใช้งานจุด Insert ที่เป็น Object Snap ของตัวหนังสือโดยเฉพาะ แต่ในคราวนี้ผู้เขียนจะแนะนำวิธีการใช้งานจุด Insert ที่เป็น Object Snap ของบล็อคกัน ซึ่งจุด Insert ของบล็อคที่กำลังกล่าวถึงจริงๆแล้วก็คือจุดที่เรากำหนดด้วยคำสั่ง BASE หรือจุด Base Point ที่เรากำหนดในขณะที่ทำการสร้างบล็อคนั่นเอง ตัวอย่าง ทดลองย้ายบล็อคด้วยคำสั่ง MOVE ไปไว้ในตำแหน่งที่ต้องการโดยอาศัยจุด Insert ในการกำหนดตำแหน่งของบล็อค A. หากคุณยังไม่ได้สร้างบล็อค TRIANGLE ให้ดูวิธีสร้างในบทเรียนที่ 90 ก่อน เพราะเราจะนำมาใช้ในการทดลอง B. ใช้คำสั่ง INSERT นำเข้าบล็อค TRIANGLE เข้ามาใน Drawing จากนั้นจะปรากฏหน้าต่าง Insert ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในรูป คำอธิบายประกอบภาพ Insert คลิก Browse เลือกไฟล์ที่ต้องการ ในที่นี้ให้เลือก “TRIANGLE” ในกรอบ Name จะแสดงชื่อบล็อค “TRIANGLE” ดูค่า Factor ว่าเท่ากับ 1 หรือไม่ ถ้าไม่ให้ยกเลิกคำสั่งโดยกดที่ปุ่ม Cancel แล้วใช้คำสั่ง DDUNITS กำหนดค่า Insertion scale ให้เป็น Millimeters หรือเป็นค่าอื่นที่ตรงกันกับตอนที่เราสร้างบล็อคขึ้นมา ในกรอบ Block Unit จะมีค่าเป็น Millimeters หรือเป็นค่าอื่นที่เรากำหนดไว้ไม่สำคัญ ขอให้ค่า Factor เท่ากับ 1 ก็พอ เอาเครื่องหมายถูกหน้า Specify On-screen ออกเพราะเราต้องการกำหนดค่าในหน้าต่างนี้แทน (เราจะใช้ในกรณีที่เราทราบค่าพิกัดที่ชัดเจนเท่านั้น) กำหนดจุดพิกัดของ X ที่พิกัด 10 กำหนดจุดพิกัดของ Y ที่พิกัด 10 กดปุ่ม OK   C. ในกรณีที่มองไม่เห็นบล็อคที่นำเข้ามาให้ใช้คำสั่ง ZOOM ปรับขนาดการแสดงผลให้เหมาะสมกับการทำงาน D. ใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 9,9 – กำหนดค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: 11,9 – กำหนดค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง   E. ใช้คำสั่ง MOVE ย้ายบล็อค TRIANGLE ให้ไปอยู่ที่จุดกึ่งกลางของเส้นตรงที่สร้างขึ้นในข้อ D. Command: M O V E – พิมพ์คำสั่ง MOVE แล้วกดปุ่ม ENTER Select […]

บทเรียนที่ 94. นำเข้าบล็อคและไฟล์ ด้วยคำสั่ง INSERT

July 20, 2017 Teerapat 0

ผ่านตากันไปบ้างแล้วกับคำสั่งนี้ใน 2-3 บทเรียนที่ผ่านมา คราวนี้เราจะมาศึกษาวิธีการใช้คำสั่งนี้กันอย่างจริงๆจังๆกันซะที คำสั่ง INSERT ใช้ในการนำเข้าไฟล์ .DWG หรือบล็อคสร้างเก็บไว้ใน Drawing ทั้งที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้นและบล็อคที่อยู่ในไฟล์ที่เราได้นำเข้ามา เราสามารถกำหนดตำแหน่ง สัดส่วน และมุมของบล็อคได้ตามที่เราต้องการ ใน 2-3 บทเรียนที่ผ่านมา หากท่านผู้อ่านสังเกตดูจะเห็นว่า ผู้เขียนได้กำหนดขนาดของวัตถุที่จะนำมาทำเป็นบล็อคให้เป็น 1หน่วย หรือ 1 x 1หน่วยมาตลอด สาเหตุที่กำหนดขนาดของวัตถุที่จะนำมาทำเป็นบล็อคให้เป็นเช่นนั้น ก็เพราะจะช่วยให้เรากำหนดขนาดของบล็อคผ่านค่า Scale X และ Scale Y ในคำสั่ง INSERT ได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการนำเข้า BOX1(ในบทเรียนที่ 92) ให้มีขนาด 0.4 x 0.2 หน่วย เราก็สามารถนำขนาดที่ต้องการไประบุในค่า Scale X และ Scale Y ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องมานั่งคำนวณให้ยุ่งยาก ตัวอย่าง การนำเข้าบล็อคและกำหนดค่า Scale X และ Scale Y ในบล็อคที่ต้องการ A. หากคุณยังไม่ได้สร้างบล็อค BOX1 ให้ดูวิธีสร้างใน บทเรียนที่ 92 B พิมพ์คำสั่ง INSERT ลงใน Command : ของ AutoCAD จะปรากฏหน้าต่าง Insert ให้กำหนดค่าต่างๆดังรูป คำอธิบายประกอบภาพ Insert เลือกบล็อคที่ต้องการ ในที่นี้ให้เลือก “BOX1” เอาเครื่องหมายถูกหน้า Specify On-screen ในกรอบ Scale ออกเพราะเราต้องการกำหนดค่าในหน้าต่างนี้แทน เอาเครื่องหมายถูกหน้า Uniform Scale ในกรอบ Scale ออกเมื่อเราต้องการกำหนดค่า Scale X และ Scale Y กำหนดค่า Scale X เป็น 0.4 ตามขนาดที่ต้องการ กำหนดค่า Scale Y เป็น 0.2 ตามขนาดที่ต้องการ กดปุ่ม OK หลังจากนั้นให้คลิกเมาส์ลงในตำแหน่งที่ต้องการ ตัวอย่าง การกำหนดค่า Scale X และ Scale Y ในบล็อค   คุณสามารถกำหนดมุมของบล็อคโดยการกำหนดค่ามุมในช่อง Angle

บทเรียนที่ 74. Object Snap ตอนการกำหนดจุด Insert ของ TEXT

July 19, 2017 Teerapat 0

ลำดับแรกก่อนที่เราจะทำการศึกษาเกี่ยวกับตัวหนังสือหรือ TEXT ใน AutoCAD สิ่งที่เราควรทำการรู้จักก่อนเป็นลำดับต้นๆคือจุด Insert ซึ่งเป็นจุด Object Snap ของตัวหนังสือและ BLOCK แต่ในที่นี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะจุด Insert ที่เป็นจุด Object Snap ของตัวหนังสือก่อนและจะได้นำเสนอจุด Insert ที่เป็นจุด Object Snap ของ BLOCK อีกครั้งในโอกาสต่อไป จุด Insert ของ TEXT เป็นจุดที่ใช้อ้างอิงจุดกำเนิดของตัวหนังสือโดยปกติแล้วจุดกำเนิดของตัวหนังสือจะอยู่ที่มุมล่างซ้ายของตัวหนังสือ ในภาพที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นตำแหน่งจุดกำเนิดในตำแหน่งต่างๆของตัวหนังสือที่เราสามารถกำหนดได้ทั้งก่อนและหลังการเขียนตัวหนังสือ ซึ่งจะมีผลให้จุด Insert ที่เป็นจุด Object Snap ของตัวหนังสือเปลี่ยนไปตามที่เรากำหนด (จะมีผลเฉพาะกับตัวหนังสือที่เรากำหนดเท่านั้น) ภาพแสดงตำแหน่งจุดกำเนิดของตัวหนังสือ   ต่อไปมารู้จักกับคำสั่ง TEXT ที่เป็นคำสั่งพื้นฐานในการเขียนตัวหนังสือกันก่อน เพื่อที่จะได้นำเอาคำสั่งนี้ไปใช้ทดลองในการเขียนและกำหนดจุดกำเนิดให้กับตัวหนังสือ ในตัวอย่างต่อไปนี้ผู้เขียนจะยังไม่นำเสนอรายละเอียดในส่วนอื่นๆมากนัก ผู้เขียนมุ่งที่จะนำเสนอการเขียนและการกำหนดจุดกำเนิดของตัวหนังสือเป็นหลักซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการใช้งานต่อไป   ตัวอย่าง ทดลองเขียนและกำหนดจุดกำเนิดตัวหนังสือด้วยคำสั่ง TEXT A. ทดลองเขียนตัวหนังสือด้วยคำสั่ง TEXT พร้อมทั้งกำหนดจุดกำเนิดของตัวหนังสือเป็น L (Left) ซึ่งเป็นค่ามาตราฐานของตัวหนังสือ Command: T E X T – พิมพ์คำสั่ง TEXT แล้วกด ENTER Current text style: “Standard” Text height: 0.2000 Specify start point of text or [Justify/Style]: – คลิกจุดเริ่มต้นของตัวหนังสือในที่ต้องการตำแหน่งที่ต้องการ Specify height <0.2000>: – ให้ ENTER ผ่านไปเลยเพราะเรายังไม่ต้องการกำหนดความสูงของตัวหนังสือในตัวอย่างนี้ Specify rotation angle of text <0>: – ให้ ENTER ผ่านไปเลยเพราะเรายังไม่ต้องการกำหนดมุมของตัวหนังสือในตัวอย่างนี้ หลังจากนั้นให้สังเกตในตำแหน่งของเคอร์เซอร์ที่กระพริบอยู่ให้พิมพ์ตัวหนังสือที่ต้องการลงไป ในที่นี้ให้พิมพ์คำว่า TEXTลงไปจากนั้นให้ ENTER สองครั้งเพื่อจบคำสั่ง (การ ENTER เพียงครั้งเดียวเป็นการขึ้นบรรทัดใหม่) ในบรรทัด A-3 เราสามาถคลิกลงในตำแหน่งที่ต้องการได้เลย คำสั่ง TEXT จะทำการกำหนดจุดกำเนิดของตัวหนังสือให้เป็น Left ซึ่งเป็นค่ามาตราฐานให้โดยอัตโนมัติ   B. ทดลองเขียนตัวหนังสือด้วยคำสั่ง TEXT พร้อมทั้งกำหนดจุดกำเนิดของตัวหนังสือเป็น MC (Middle Center) Command: T E X T – พิมพ์คำสั่ง TEXT แล้วกด ENTER Current text style: “Standard” Text height: 0.2000 Specify start point of text or [Justify/Style]: J – พิมพ์ J แล้วกด ENTER เพื่อกำหนดจุดกำเนิดของตัวหนังสือ Enter an option [Align/Fit/Center/Middle/Right/TL/TC/TR/ML/MC/MR/BL/BC/BR]: MC – พิมพ์ MC แล้วกด ENTER เพื่อเลือกจุดกำเนิดเป็น Middle Center Specify middle point of text: – […]