บทเรียนที่ 48. ย่อขยายวัตถุด้วยคำสั่ง SCALE

July 16, 2017 Teerapat 0

เส้นแบ่งของคำว่าย่อและขยายสำหรับคำสั่ง SCALE ใน AutoCAD คือหากผู้ใช้ทำการกำหนดค่าที่มีค่าน้อยกว่า 1 วัตถุที่ถูกเลือกไว้จะถูกย่อให้มีขนาดเล็กลง แต่ถ้ากำหนดค่ามากกว่า 1 วัตถุที่ถูกเลือกไว้จะถูกขยายขนาดให้มีขนาดใหญ่ขึ้นตามสัดส่วนที่กำหนด ตัวอย่างที่ 1. การใช้คำสั่ง SCALE ย่อวัตถุให้มีขนาดเล็กลง A. ใช้คำสั่ง RECTANG สร้างรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1×1 หน่วย Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @1,1 – พิมพ์ @1,1 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   B. ใช้คำสั่ง SCALE ย่อวัตถุให้มีขนาดเล็กลง Command: S C A L E – พิมพ์คำสั่ง SCALE แล้วกด ENTER Select objects: 1 found – คลิกเลือกวัตถุที่สร้างในข้อ A Select objects: – ENTER เมื่อไม่ต้องการเลือกวัตถุแล้ว Specify base point: _endp of – กด CTRL + คลิกเมาส์ขวา เลื่อก Endpoint แล้วคลิกตรงมุมใดมุมหนึ่งของรูปสี่เหลี่ยมเพื่อใช้เป็นฐานหรือจุดอ้างอิงสำหรับการย่อขยาย Specify scale factor or [Copy/Reference] <1.0000>: 0.5 – พิมพ์ค่าที่ต้องการย่อขยายวัตถุลงไป ค่าน้อยกว่า 1 จะเป็นการย่อวัตถุให้เล็กลง ภาพที่ 1. ตัวอย่างการใช้งานคำสั่ง SCALE ในการย่อวัตถุให้เล็กลง   ตัวอย่างที่ 2. การใช้คำสั่ง SCALE ขยายวัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น C. ใช้คำสั่ง RECTANG สร้างรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1×1 หน่วย Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกด ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – ใช้เมาส์คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของรูปสี่เหลี่ยม Specify other corner point or [Area/Dimensions/Rotation]: @1,1 – พิมพ์ @1,1 เพื่อกำหนดความกว้างและความสูงของรูปสี่เหลี่ยมตามลำดับ แต่ถ้าไม่พิมพ์ตัว @ นำหน้าจะหมายถึงการกำหนดค่าพิกัดแทน   D. ใช้คำสั่ง SCALE ขยายวัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น Command: S C A L E – พิมพ์คำสั่ง SCALE แล้วกด ENTER Select objects: 1 found – คลิกเลือกวัตถุที่สร้างในข้อ C Select objects: – ENTER เมื่อไม่ต้องการเลือกวัตถุแล้ว Specify […]

บทเรียนที่ 47. เพิ่มจุดเพิ่มเส้นใน PLINE ด้วยคำสั่ง PEDIT -> Edit vertex

July 16, 2017 Teerapat 0

PEDIT -> Edit vertex ผู้เขียนมักจะใช้คำสั่งนี้แก้ไขเส้น PLINE ที่เขียนไปแล้วบ่อยๆเพราะสะดวกกว่าวิธีที่เราจะต้องระเบิดเส้น PLINE แล้วมาแก้ไขทีหลัง เพราะหลังจากที่เราระเบิดเส้นไปแล้วเส้นนั้นๆจะมีคุณสมบัติกลายเป็นเส้นหรือ LINE ธรรมดาไป ซึ่งถ้าหากเราต้องการให้กลับมาเป็นเส้น PLINE ดังเดิมต้องใช้คำสั่ง PEDIT -> JOIN ในการเชื่อมต่อเส้นต่างๆเพื่อให้กลับมาเป็นเส้น PLINE อีกครั้ง ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง PEDIT -> Edit vertex เพิ่มจุดเพิ่มเส้นในเส้น PLINE A. ใช้คำสั่ง PDMODE เพื่อกำหนดรูปแบบของจุด Command: P D M O D E – พิมพ์คำสั่ง PDMODE แล้วกดปุ่ม ENTER Enter new value for PDMODE <0>: 3 – พิมพ์ 3 เพื่อกำหนดรูปแบบของจุด แล้วกดปุ่ม ENTER Regenerating model.   B. ใช้คำสั่ง PDSIZE เพื่อกำหนดขนาดของจุด Command: P D S I Z E – พิมพ์คำสั่ง PDSIZE แล้วกดปุ่ม ENTER Enter new value for PDSIZE <1.0000>: 0.1 – พิมพ์ 0.1 เพื่อกำหนดขนาดของจุด แล้วกดปุ่ม ENTER Regenerating model.   C. ใช้คำสั่ง POINT ในการมาร์คตำแหน่งที่ต้องการดังนี้ Command: P O I N T – พิมพ์คำสั่ง POINT แล้วกดปุ่ม ENTER Current point modes: PDMODE=3 PDSIZE=0.1000 – รูปแบบและขนาดของ Point ที่กำหนดจากคำสั่ง PDMODE และ PDSIZE Specify a point: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป จุด C3 (ในกรณีที่มองไม่เห็นจุดที่เกิดขึ้นให้ดูวิธีแก้ปัญหาใน ข้อD.ด้านล่าง) Command: – กดปุ่ม ENTER เพื่อเรียกใช้คำสั่งเดิม POINT Current point modes: PDMODE=3 PDSIZE=0.1000 Specify a point: 15,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป จุด C7 Command: – กดปุ่ม ENTER เพื่อเรียกใช้คำสั่งเดิม POINT Current point modes: PDMODE=3 PDSIZE=0.1000 Specify a point: 17.5,12.5 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป จุด C11 Command: – กดปุ่ม ENTER เพื่อเรียกใช้คำสั่งเดิม POINT Current point modes: PDMODE=3 PDSIZE=0.1000 Specify a point: 15,15 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป […]

บทเรียนที่ 46. แก้ความหนาเส้นด้วยคำสั่ง PEDIT -> WIDTH

July 16, 2017 Teerapat 0

PEDIT -> WIDTH คำสั่งนี้จะช่วยให้คุณเปลียนความหนาของเส้นให้เป็นไปตามที่คุณกำหนด มีผลทั้งการแสดงบนจอภาพและทางเครื่องพิมพ์ ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง PEDIT -> WIDTH เปลี่ยนความหนาของเส้น A. ใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 11,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. ใช้คำสั่ง ARC เขียนเส้นโค้งขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ Command: A R C – พิมพ์คำสั่ง ARC แล้วกดปุ่ม ENTER Specify start point of arc or [Center]: 11,10.3 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify second point of arc or [Center/End]: 10.5,10.8 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify end point of arc: 10,10.3 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป   C. ใช้คำสั่ง PEDIT -> WIDTH เปลี่ยนความหนาของเส้นตรงและเส้นโค้ง Command: P E D I T – พิมพ์คำสั่ง PEDIT แล้วกดปุ่ม ENTER Select polyline or [Multiple]: M – พิมพ์ M แล้ว ENTER ในกรณีที่ต้องการแก้มากกว่าหนึ่งเส้น Select objects: 1 found – คลิกเส้นที่สร้างขึ้นในข้อ A Select objects: 1 found, 2 total – คลิกเส้นที่สร้างขึ้นในข้อ B Select objects: – ENTER เมื่อไม่ต้องการเลือกวัตถุใดๆเพิ่ม Convert Lines and Arcs to polylines [Yes/No]? – ENTER ผ่านเพื่อเปลี่ยนเส้นทั้งหมดให้เป็น POLYLINE Enter an option [Close/Open/Join/Width/Fit/Spline/Decurve/Ltype gen/Undo]: W – พิมพ์ W เพื่อเลือกคำสั่งย่อย Width ที่ใช้ในการเปลี่ยนความหนาของวัตถุ Specify new width for all segments: 0.1 – พิมพ์ 0.1 เพื่อกำหนดความหนาของวัตถุ Enter an option [Close/Open/Join/Width/Fit/Spline/Decurve/Ltype gen/Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง ภาพประกอบ การใช้คำสั่ง PEDIT -> […]

บทเรียนที่ 45. รวมเส้นให้เป็นเส้นเดียวด้วยคำสั่ง PEDIT -> JOIN

July 16, 2017 Teerapat 0

PEDIT -> JOIN คือคำสั่งที่รวมเส้นตรง เส้นโค้ง หรือเส้นอื่นๆ ที่มีจุดปลายเชื่อมต่อกันให้กลายเป็นวัตถุเส้นเดียวกัน โดยที่คุณสมบัติหรือชนิดของวัตถุจะเปลี่ยนจาก LINE หรือ ARC และอื่นๆไปเป็นเส้น PLINE หรือ POLYLINE แทน ตัวอย่าง การใช้คำสั่ง PEDIT -> JOIN รวมเส้นตรงและเส้นโค้งเข้าด้วยกัน A. ใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 20,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. ใช้คำสั่ง ARC เขียนเส้นโค้งขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ Command: A R C – พิมพ์คำสั่ง ARC แล้วกดปุ่ม ENTER Specify start point of arc or [Center]: 20,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify second point of arc or [Center/End]: 25,15 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify end point of arc: 20,20 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป   C. ใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 10,20 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 20,20 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง   D. ใช้คำสั่ง ARC เขียนเส้นโค้งขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ Command: A R C – พิมพ์คำสั่ง ARC แล้วกดปุ่ม ENTER Specify start point of arc or [Center]: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify second point of arc or [Center/End]: 5,15 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify end point of arc: 10,20 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป   E. ใช้คำสั่ง […]

บทเรียนที่ 39. คำสั่ง BREAK เบรคแล้วเบรคอีก

July 16, 2017 Teerapat 0

เป็นคำสั่งที่ใช้ตัดหรือแบ่งวัตถุออกเป็นส่วนๆโดยอาศัยวัตถุชิ้นอื่นเป็นตัว กำหนดจุดเริ่มต้นในการตัดวัตถุที่ต้องการ คำสั่งนี้ก็ทำหน้าที่คล้ายๆกับคำสั่ง TRIM ในบทเรียนที่ผ่านมา แต่การนำไปใช้งานแตกต่างกันในรายละเอียด ตัวอย่างการใช้คำสั่ง BREAK ในการตัดวัตถุ A. เขียนเส้นตรงขึ้นมาหนึ่งเส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 15,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. ในกรณีที่ภาพวัตถุที่สร้างขึ้นในข้อ A มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปให้ใช้คำสั่ง ZOOM ปรับการแสดงผลบนจอภาพให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการทำงาน C. ใช้คำสั่ง PDMODE กำหนดค่าให้เป็น 3 เพื่อกำหนดรูปแบบของจุดให้เป็นรูปกากบาท Command: P D M O D E – พิมพ์คำสั่ง PDMODE แล้วกดปุ่ม ENTER Enter new value for PDMODE <0>: 3 – พิมพ์ 3 เพื่อกำหนดรูปแบบของจุด แล้วกดปุ่ม ENTER Regenerating model.   D. ใช้คำสั่ง DIVIDE เพื่อแบ่งเส้นออกเป็นส่วนเท่าๆกัน Command: D I V I D E – พิมพ์คำสั่ง DIVIDE แล้วกดปุ่ม ENTER Select object to divide: – ใช้เมาส์คลิกเส้นตรงที่สร้างในข้อ A Enter the number of segments or [Block]: 5 – กำหนดจำนวนที่ต้องการแบ่งออกเป็นส่วนๆเท่าๆกัน ภาพประกอบ ตัวอย่างคำสั่ง DIVIDE ในการแบ่งเส้นออกเป็นส่วนเท่าๆกัน   E. ใช้คำสั่ง BREAK เพื่อแบ่งเส้นออกเป็นส่วนๆตามที่เราต้องการ ในตัวอย่างนี้เราจะทำการตัดเส้นตรงระหว่างจุด BC และ DE ออก Command: B R E A K – พิมพ์คำสั่ง BREAK แล้วกดปุ่ม ENTER Select object: – ใช้เมาส์คลิกเส้นตรงที่สร้างในข้อ A Specify second break point or [First point]: F – พิมพ์ F แล้ว ENTER เพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นในการตัด Specify first break point: _nod of – กด CTRL + คลิกเมาส์ขวา เลือก Node แล้วคลิกตรงเส้นกากบาทในจุด B Specify second break point: _nod of – กด CTRL + คลิกเมาส์ขวา เลือก Node แล้วคลิกตรงเส้นกากบาทในจุด C Command: – ENTER เพื่อใช้คำสั่ง […]

บทเรียนที่ 38. คำสั่ง TRIM ใช้ตัดวัตถุที่ต้องการ

July 16, 2017 Teerapat 0

เป็นคำสั่งที่ใช้ตัดหรือแบ่งวัตถุออกเป็นส่วนๆโดยอาศัยวัตถุชิ้นอื่นเป็นตัว กำหนดจุดเริ่มต้นในการตัดวัตถุที่ต้องการ ตัวอย่างการใช้คำสั่ง TRIM ในการตัดวัตถุ A. เขียนเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 15,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. ในกรณีที่ภาพวัตถุที่สร้างขึ้นในข้อ A มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปให้ใช้คำสั่ง ZOOM ปรับการแสดงผลบนจอภาพให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการทำงาน C. เขียนวงกลมขึ้นมาหนึ่งวงดังนี้ Command: C I R C L E – พิมพ์ CIRCLE แล้ว ENTER Specify center point for circle or [3P/2P/Ttr (tan tan radius)]: _mid of – กด CTRL + คลิกเมาส์ขวา เลือก Midpoint แล้วคลิกตรงเส้นตรงที่สร้างในข้อ A Specify radius of circle or [Diameter]: 1 – พิมพ์ค่ารัศมีลงไปในที่นี้ให้กำหนดค่าเท่ากับ 1   D. ใช้คำสั่ง TRIM ในการตัดเส้นรูปวงกลมออกให้เหลือเป็นรูปครึ่งวงกลม Command: T R I M – พิมพ์ TRIM แล้ว ENTER Current settings: Projection=UCS, Edge=None Select cutting edges … Select objects or <select all>: 1 found – คลิกที่เส้นตรงเพื่อกำหนดจุดที่เริ่มใช้ในการตัด Select objects: – ENTER เพื่อออกจากการเลือกวัตถุที่ใช้อ้างอิงในการตัด Select object to trim or shift-select to extend or [Fence/Crossing/Project/Edge/eRase/Undo]: – คลิกตรงส่วนล่างของรูปวงกลม Select object to trim or shift-select to extend or [Fence/Crossing/Project/Edge/eRase/Undo]: – ENTER เพื่อออกจากการเลือกวัตถุที่จะตัด รูปตัวอย่างที่ใช้ทดลองคำสั่ง TRIM   E. ใช้คำสั่ง TRIM ในการตัดเส้นตรงส่วนปลายทั้งสองด้านออก Command: T R I M – พิมพ์ TRIM แล้ว ENTER Current settings: Projection=UCS, Edge=None Select cutting edges … Select objects or <select all>: 1 found – คลิกที่รูปครึ่งวงกลมเพื่อกำหนดจุดที่เริ่มใช้ในการตัด Select […]

บทเรียนที่ 37. CHAMFER ลบเหลี่ยมมุม

July 15, 2017 Teerapat 0

คำสั่งนี้จะช่วยทำให้เส้นสองเส้นมาชนกันพร้อมกับลบมุมของวัตถุที่มาบรรจบกัน โดยมุมที่ได้จะมีลักษณะเป็นเหลี่ยมซึ่งจะต่างไปจากการใช้คำสั่ง FILLET ที่ได้มุมเป็นมุมโค้งแทน ภาพตัวอย่าง การใช้งานคำสั่ง CHAMFER ในการลบมุมวัตถุ ตัวอย่างการใช้คำสั่ง CHAMFER ลบมุมให้กับเส้นตรงในลักษณะต่างๆ A. เขียนเส้นตรงขึ้นมา 2 เส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 10,12 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 10,15 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง Command: – ENTER เพื่อเรียกใช้คำสั่งเดิม LINE Specify first point: 12,10 Specify next point or [Undo]: 15,10 Specify next point or [Undo]:   B. ในกรณีที่ภาพวัตถุที่สร้างขึ้นในข้อ A มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปให้ใช้คำสั่ง ZOOM ปรับการแสดงผลบนจอภาพให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการทำงาน C. ใช้คำสั่ง CHAMFER เพื่อลบมุมให้กับเส้นตรงที่สร้างขึ้นในข้อ A Command: C H A M F E R – พิมพ์คำสั่ง CHAMFER แล้วกดปุ่ม ENTER (TRIM mode) Current chamfer Dist1 = 0.0000, Dist2 = 0.0000 – แสดงระยะเดิมที่ใช้ผ่านมา Select first line or [Undo/Polyline/Distance/Angle/Trim/mEthod/Multiple]: D – พิมพ์ D เมื่อต้องการกำหนดระยะใหม่ Specify first chamfer distance <0.0000>: 1.0 – กำหนดระยะที่ต้องการลบมุมให้กับเส้น A1 Specify second chamfer distance <1.0000>: 1.5 – กำหนดระยะที่ต้องการลบมุมให้กับเส้น A2 Select first line or [Undo/Polyline/Distance/Angle/Trim/mEthod/Multiple]: – คลิกเลือกเส้น A1 Select second line or shift-select to apply corner: – คลิกเลือกเส้น A2 ภาพตัวอย่าง ผลที่ได้จากการใช้งานคำสั่ง CHAMFER   ตัวอย่างการใช้คำสั่ง CHAMFER ลบมุมให้กับรูปสี่เหลี่ยมที่สร้างด้วยคำสั่ง PLINE หรือ RECTANG D. เขียน RECTANG เขียนรูปสี่เหลี่ยมขึ้นมาหนึ่งรูปดังนี้ Command: R E C T A N G – พิมพ์คำสั่ง RECTANG แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first corner point or [Chamfer/Elevation/Fillet/Thickness/Width]: – คลิกเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้น […]

บทเรียนที่ 36. FILLET สำหรับคนชอบเข้าโค้ง

July 15, 2017 Teerapat 0

คำสั่งนี้จะช่วยทำให้เส้นสองเส้นมาชนกันโดยที่มุมที่ได้จะเป็นมุมโค้ง รัศมีตามที่ผู้ใช้กำหนด แต่ถ้ากำหนดรัศมีให้เป็นศูนย์มุมที่ได้จะเป็นเหลี่ยมไป จากรูปด้านล่างจะแสดงตัวอย่างเส้นในรูปแบบต่างๆและจุดในการคลิกเพื่อทำให้ เส้นทั้งสองเส้นมาชนกันและทำให้เกิดมุมโค้ง ภาพตัวอย่าง การใช้งานคำสั่ง FILLET ในการเข้ามุมวัตถุ ตัวอย่างการใช้คำสั่ง FILLET เข้ามุมโค้งให้กับเส้นตรงในลักษณะต่างๆ A. เขียนเส้นตรงขึ้นมา 6 เส้นดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 10,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 15,10 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง Command: – ENTER เพื่อเรียกใช้คำสั่งเดิม LINE Specify first point: 10,10 Specify next point or [Undo]: 10,15 Specify next point or [Undo]: Command: LINE Specify first point: 11,12 Specify next point or [Undo]: 11,15 Specify next point or [Undo]: Command: LINE Specify first point: 12,11 Specify next point or [Undo]: 15,11 Specify next point or [Undo]: Command: LINE Specify first point: 9,8 Specify next point or [Undo]: 9,15 Specify next point or [Undo]: Command: LINE Specify first point: 8,9 Specify next point or [Undo]: 15,9 Specify next point or [Undo]:   B. ใช้คำสั่ง FILLET เพื่อเข้ามุมโค้งให้กับเส้นตรงแต่ละคู่ที่สร้างขึ้นในข้อ A Command: F I L L E T – พิมพ์คำสั่ง FILLET แล้วกดปุ่ม ENTER Current settings: Mode = TRIM, Radius = 0.0000 – แสดงค่ารัศมีเดิมที่ใช้ผ่านมา Select first object or [Undo/Polyline/Radius/Trim/Multiple]: R – พิมพ์ R เมื่อต้องการกำหนดรัศมีใหม่ Specify fillet radius <0.0000>: 1 – พิมพ์รัศมีใหม่ที่ต้องการ Select first object or [Undo/Polyline/Radius/Trim/Multiple]: […]

บทเรียนที่ 35. STRETCH ถึงไม่ใช่ลูกผู้ชายก็ยืดได้หดได้

July 15, 2017 Teerapat 0

เป็นคำสั่งที่ใช้ในการยืดหรือลดความยาวของวัตถุ ผู้ใช้สามารถเลือกจุดปลายด้านใดด้านหนึ่งเป็นจุดเริ่มในการยืดหรือลดความยาวของวัตถุ หากต้องการยืดวัตถุให้มีความยาวเพิ่มขึ้นก็ให้ลากเมาส์ออกห่างจากจุดปลายของ อีกด้านตามระยะที่ต้องการ แต่ถ้าต้องการลดความยาวของวัตถุก็ให้ลากเมาส์เข้ามาใกล้จุดปลายของวัตถุอีกด้านแทน ตัวอย่าง การใช้งานคำสั่ง STRETCH ในการยืดวัตถุที่ต้องการ A. เขียนเส้นตรงเส้นแรกดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 4,5 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: 10,5 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: – กดปุ่ม ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. เขียนเส้นตรงเส้นที่สองดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 5,4 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: 5,0 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: – กดปุ่ม ENTER เพื่อจบคำสั่ง   C. ในกรณีที่ภาพวัตถุที่สร้างขึ้นในข้อ A และ B มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปให้ใช้คำสั่ง ZOOM ปรับการแสดงผลบนจอภาพให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการทำงาน   D. ใช้คำสั่ง OFFSET ทำการสร้างเส้นคู่ขนานกับเส้นตรงที่สร้างขึ้นในข้อ B Command: O F F S E T – พิมพ์คำสั่ง OFFSET แล้วกดปุ่ม ENTER Current settings: Erase source=No Layer=Source OFFSETGAPTYPE=0 Specify offset distance or [Through/Erase/Layer] : 1 – พิมพ์ระยะห่างของเส้นที่จะสร้างกับวัตถุต้นแบบ Select object to offset or [Exit/Undo] : – คลิกเลือกวัตถุต้นแบบ (เส้นตรงที่สร้างในข้อ B) Specify point on side to offset or [Exit/Multiple/Undo] : – เลื่อนเมาส์ไปด้านขวาของเส้นตรงที่สร้างในข้อ B แล้วคลิก Select object to offset or [Exit/Undo] : – คลิกเลือกวัตถุต้นแบบ (เส้นตรง D4) Specify point on side to offset or [Exit/Multiple/Undo] : – เลื่อนเมาส์ไปด้านขวาของเส้นตรง D4 แล้วคลิก Select object to offset or [Exit/Undo] : – […]

บทเรียนที่ 34. EXTEND เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน

July 15, 2017 Teerapat 0

คำสั่งนี้กับสโลแกน “เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน” นี้ใช่เลยครับ ช่วยให้เราคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากกับคำสั่งนี้ ขั้นแรกก็ให้เรากำหนดเป้าหมายที่จะยืดวัตถุไปชนแล้วหลังจากนั้นเราก็ค่อยๆ เลือกวัตถุที่ต้องการยืดไปชนเพียงเท่านี้เราก็สามารถยืดวัตถุตามที่เราต้องการได้แล้ว ตัวอย่าง การใช้งานคำสั่ง EXTEND ในการยืดวัตถุที่ต้องการ A. เขียนเส้นตรงเส้นแรกดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 4,5 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: 10,5 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: – กดปุ่ม ENTER เพื่อจบคำสั่ง   B. เขียนเส้นตรงเส้นที่สองดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์คำสั่ง LINE แล้วกดปุ่ม ENTER Specify first point: 5,4 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: 5,0 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ต้องการ Specify next point or [Undo]: – กดปุ่ม ENTER เพื่อจบคำสั่ง   C. ในกรณีที่ภาพวัตถุที่สร้างขึ้นในข้อ A และ B มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปให้ใช้คำสั่ง ZOOM ปรับการแสดงผลบนจอภาพให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการทำงาน   D. ใช้คำสั่ง OFFSET ทำการสร้างเส้นคู่ขนานกับเส้นตรงที่สร้างขึ้นในข้อ B Command: O F F S E T – พิมพ์คำสั่ง OFFSET แล้วกดปุ่ม ENTER Current settings: Erase source=No Layer=Source OFFSETGAPTYPE=0 Specify offset distance or [Through/Erase/Layer] : 1 – พิมพ์ระยะห่างของเส้นที่จะสร้างกับวัตถุต้นแบบ Select object to offset or [Exit/Undo] : – คลิกเลือกวัตถุต้นแบบ (เส้นตรงที่สร้างในข้อ B) Specify point on side to offset or [Exit/Multiple/Undo] : – เลื่อนเมาส์ไปด้านขวาของเส้นตรงที่สร้างในข้อ B แล้วคลิก Select object to offset or [Exit/Undo] : – คลิกเลือกวัตถุต้นแบบ (เส้นตรง D4) Specify point on side to offset or [Exit/Multiple/Undo] : – เลื่อนเมาส์ไปด้านขวาของเส้นตรง D4 แล้วคลิก Select object to offset or [Exit/Undo] : […]