บทเรียนที่ 104. EATTEDIT แก้ไขคุณสมบัติตัวหนังสือประกอบ BLOCK

July 20, 2017 Teerapat 0

คำสั่ง EATTEDIT เป็นอีกหนึ่งคำสั่งที่ใช้ในการแก้ไข ข้อความ และคุณสมบัติของตัวหนังสือที่ประกอบอยู่ในบล็อค ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คล้ายๆกับคำสั่ง ATTEDIT ที่ได้นำเสนอในบทเรียนที่ผ่านมา แต่ในคำสั่งนี้นอกจากเราจะสามารถใช้แก้ไขข้อความของตัวหนังสือที่มีอยู่ภายในบล็อคได้แล้ว เรายังสามารถกำหนดเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติอื่นๆของตัวหนังสือที่ประกอบอยู่ภายในบล็อคได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ความสูง มุม สไตล์ และ เลเยอร์ ของตัวหนังสือเป็นต้น โดยที่เราไม่ต้องทำการแตกหรือระเบิดบล็อคแต่อย่างใด ตัวอย่าง วิธีการแก้ไข ความสูง ของตัวหนังสือที่มีอยู่ภายในบล็อคด้วยคำสั่ง EATTEDIT A. หากคุณยังไม่ได้ สร้าง และ นำเข้า บล็อค ATTBLOCK ให้ดูวิธีการสร้างและนำเข้าบล็อค ในบทเรียนที่ 102 ก่อนเพราะเราจะนำมาใช้ในการทดลอง B. หลังจากนำเข้าเสร็จเราจะทำการแก้ไข ความสูง ของตัวหนังสือ ด้วยคำสั่ง EATTEDIT โดยการเรียกใช้ผ่าน Command : ของ AutoCAD Command: E A T T E D I T – พิมพ์คำสั่ง EATTEDIT แล้ว ENTER Select a block: – คลิกลงส่วนใดส่วนหนึ่งของบล็อคที่เราต้องการแก้ไขข้อความของตัวหนังสือ จะปรากฏหน้าต่าง Enhanced Attribute Edit ให้กำหนดค่าต่างๆดังรูป คำอธิบายประกอบภาพหน้าต่าง Enhanced Attribute Edit คลิกแท็ป Text Options เพื่อแก้ไขคุณสมบัติของตัวหนังสือ ในช่อง Height กำหนดความสูงใหม่ตามต้องการ เสร็จแล้วกดปุ่ม OK

บทเรียนที่ 62. Layer กับสถานะ On/Off Freeze/Thaw Lock/Unlock

July 18, 2017 Teerapat 0

แต่ละสถานะของเลเยอร์มีลักษณะเด่นแตกต่างกันออกไปดังนี้ สถานะ On/Off ใช้ปิด-เปิดการแสดงผลของวัตถุที่เป็นสมาชิกของเลเยอร์ที่ต้องการ จะส่งผลในการแสดงผลของวัตถุที่เป็นสมาชิกของเลเยอร์นั้นๆทั้งทางจอภาพและเครื่องพิมพ์ สถานะ Freeze/Thaw มีผลคล้ายกับสถานะ On/Off แต่จะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าการกำหนดสถานะแบบ On/Off เพราะเราจะไม่สามารถเข้าถึงเลเยอร์ที่กำหนดสถานะนี้ได้ไม่ว่าจะใช้การเลือกวัตถุแบบ ALL ตาม (ดูผลที่ได้จากการทดลองในข้อ J-K ท้ายบทเรียน) สถานะ Lock/Unlock การกำหนดสถานะนี้ถึงแม้วัตถุที่เป็นสมาชิกของเลเยอร์จะยังคงแสดงผลอยู่ทั้งทางจอภาพและทางเครื่องพิมพ์แบบปกติ แต่เราจะไม่สามารถแก้ไขวัตถุใดๆที่เป็นสมาชิกของเลเยอร์ที่กำหนดสถานะเป็น Lock อยู่ได้ ตัวอย่าง การกำหนดสถานะ On/OFF , Freeze/Thaw , Lock/Unlock ของเลเยอร์ A. สร้างเลเยอร์ layer1 layer2 layer3 ขึ้นมาใหม่ โดยกำหนดสีให้กับเลเยอร์ดังนี้ Layer1 = Red , Layer2 = Green , Layer3 = Blue B. เขียนเส้นตรงขึ้นมา 15 เส้น C. เปลี่ยนเลเยอร์ของเส้น 1-5 ไปเป็นเลเยอร์ Layer1 D. เปลี่ยนเลเยอร์ของเส้น 6-10 ไปเป็นเลเยอร์ Layer2 E. เปลี่ยนเลเยอร์ของเส้น 11-15 ไปเป็นเลเยอร์ Layer3   F. กำหนดเลเยอร์ 0 ให้เป็นเลเยอร์ที่ใช้งานก่อนเป็นลำดับแรก เพราะเราไม่สามารถกำหนดสถานะบางสถานะให้กับเลเยอร์ที่ใช้งานอยู่ได้จึงต้องเปลี่ยนไปใช้งานเลเยอร์อื่นก่อน   G. กำหนดสถานะ Off ให้กับเลเยอร์ Layer1 โดยการคลิกที่รูปหลอดไฟหน้า Layer1 หลังจากที่คลิกแล้ว เส้นที่เป็นสมาชิกของ Layer1 จะถูกปิดไปทั้งหมด ( ในที่นี้ให้คุณกำหนดสถานะเป็น off ไว้ก่อนเพื่อจะได้ใช้ทดลองต่อไป)   H. กำหนดสถานะ Freeze ให้กับเลเยอร์ Layer2 โดยการคลิกที่รูปวงกลมสีเหลืองหน้า Layer2 หลังจากที่คลิกแล้ว เส้นที่เป็นสมาชิกของ Layer2 จะถูกปิดเข่นเดียวกับสถานะ Off ( ในที่นี้ให้คุณกำหนดสถานะเป็น Freeze ไว้ก่อนเพื่อจะได้ใช้ทดลองต่อไป)   I. กำหนดสถานะ Lock ให้กับเลเยอร์ Layer3 โดยการคลิกที่รูปกุญแจหน้า Layer3 หลังจากที่คลิกแล้ว เส้นที่เป็นสมาชิกของ Layer3 ทั้งหมดจะยังคงแสดงอยู่เหมือนปกติ แต่คุณจะไม่สามารถลบหรือแก้ไขวัตถุใดๆที่เป็นสมาชิกของ Layer3 ได้   J. ทดลองใช้คำสั่ง ERASE เพื่อทดสอบความแตกต่างของแต่ละสถานะว่าจะมีผลอย่างไรกับการเลือกวัตถุโดยใช้ All Command: E R A S E – พิมพ์คำสั่ง ERASE แล้ว ENTER Select objects: ALL – พิมพ์คำสั่ง ALL แล้ว ENTER 10 found – แสดงจำนวนวัตถุทั้งหมดที่ถูกเลือก 5 were on a locked layer. – […]

บทเรียนที่ 61. วิธีการกำหนดความหนาเส้นให้กับวัตถุ LWEIGHT & LWDISPLAY

July 17, 2017 Teerapat 0

สำหรับท่านที่ติดตามบทเรียนมาโดยตลอดโดยเฉพาะบทเรียนที่ 59-60 ที่ผ่านมาคงพอจะเดาออกว่าผู้เขียนจะนำเสนอคำสั่งอะไรในการเปลี่ยนความหนาของเส้น ผู้อ่านสามารถใช้คำสั่ง DDMODIFY หรือคำสั่ง PROPERTIES ในการเปลี่ยนความหนาของเส้นได้เช่นเดียวกับการกำหนด สี และแบบเส้น เพียงแค่เปลี่ยนค่าที่ต้องกำหนดเป็นค่า Lineweight เท่านั้น หน้าต่าง PROPERTIES แสดงการกำหนดค่าของ Lineweight สำหรับคำสั่งที่ใช้กำหนดความหนาของเส้นก่อนเขียนวัตถุให้ใช้คำสั่ง LWEIGHT ในการกำหนด คำสั่งนี้นอกเหนือจะใช้กำหนดความหนาของเส้นก่อนเขียนแล้วยังสามารถ ปิด-เปิดการแสดงความหนาของเส้นบนจอภาพได้อีกด้วย คำอธิบายประกอบภาพ Lineweight Settings เลือกกำหนดความหนาเส้นที่ต้องการ เลือกหน่วย mm. (เป็นค่ามาตราฐานสำหรับบ้านเราที่เขียนแบบในมาตราเมตริก) คลิกใส่เครื่องหมายถูก ในกรณีที่ต้องการให้แสดงความหนาเส้นทางจอภาพ คุณสามารถใช้คำสั่ง LWDISPLAY กำหนดสถานะเป็น 0 หรือ1 เพื่อ ปิด-เปิดการแสดงผลความหนาของเส้นทางจอภาพก็ได้

บทเรียนที่ 60. วิธีการกำหนดแบบเส้นให้กับวัตถุ LINETYPE & LTSCALE

July 17, 2017 Teerapat 0

หลักและวิธีการกำหนดแบบเส้นให้กับวัตถุโดยรวมๆแล้วก็เหมือนกับวิธีการกำหนดสีให้กับวัตถุที่ผู้เขียนได้นำเสนอไปในบทเรียนที่แล้ว ผู้อ่านสามารถนำบทเรียนที่แล้วมาประยุกต์ใช้กับการกำหนดแบบเส้นได้เลย โดยเปลี่ยนค่าที่ต้องกำหนดจาก COLOR ในหน้าต่าง PROPERTIES มาเป็นค่า LINETYPE แทน หน้าต่าง PROPERTIES แสดงการกำหนดค่าของ Linetype   แต่ก่อนที่ผู้อ่านจะสามารถกำหนดแบบเส้นให้กับวัตถุได้นั้น ผู้อ่านจะต้องทำการโหลดแบบเส้นที่ต้องการเข้ามาใน Drawing ก่อนซึ่งมีวิธีการโหลดดังนี้ ตัวอย่างที่ 1. วิธีการโหลดแบบเส้นเข้ามาใน Drawing ด้วยคำสั่ง LINETYPE A. พิมพ์คำสั่ง LINETYPE ลงใน Command : ของออโตแคด แล้ว Enter จากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ (ดูรูปด้านล่างประกอบ) จะปรากฏหน้าต่าง Load or Reload linetype คลิกปุ่ม Load… เลือกแบบเส้นที่ต้องการโหลด ในกรณีที่ต้องการโหลดหลายแบบพร้อมกันให้กดปุ่ม Shift หรือ Ctrl ค้างไว้แล้วคลิกแบบเส้นที่ต้องการ เมื่อเสร็จแล้วกดปุ่ม OK หน้าต่าง Linetype Manager และ หน้าต่าง Load or Reload linetype B. หลังจากที่โหลดแบบเส้นเข้ามาแล้ว ผู้อ่านสามารถนำมากำหนดแบบเส้นให้กับวัตถุโดยใช้คำสั่ง DDMODIFY , PROPERTIES หรือจะกำหนดค่าเป็น ByLayer เพื่อกำหนดค่าผ่านทางเลเยอร์ได้เลย   ตัวอย่างที่ 2. วิธีการกำหนดระยะห่างของแบบเส้นด้วยคำสั่ง LTSCALE C. ใช้คำสั่ง LINETYPE เพื่อโหลดแบบเส้น HIDDEN2 เข้ามาใช้งานก่อน D. ใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมาสองเส้นเพื่อใช้ทดลองดังนี้ Command: L I N E – พิมพ์ LINE แล้ว ENTER Specify first point: 5,1 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 12,1 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง Command: – ENTER เพื่อเรียกใช้คำสั่งเดิม LINE Specify first point: 5,4 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: 12,4 – พิมพ์ค่าพิกัดที่ระบุลงไป Specify next point or [Undo]: – ENTER เพื่อจบคำสั่ง   E. เรียกใช้คำสั่ง DDMODIFY โดยพิมพ์ลงใน Command : ของ AutoCAD เสร็จแล้วคลิกลงบนเส้นตรงที่สร้างขึ้นในข้อที่ D ทั้งสองเส้น จากนั้นให้คลิกตรงรายการ Linetype ให้เลือกแบบเส้นเป็น HIDDEN2   F. ใช้คำสั่ง LTSCALE ปรับการแสดงผลของเส้นบนจอภาพดังนี้ Command: LTSCALE – […]

บทเรียนที่ 59. วิธีการกำหนดสีให้กับวัตถุ Color Vs. ByLayer

July 17, 2017 Teerapat 0

วิธีการกำหนดสีให้กับวัตถุเราสามารถกำหนดได้สองลักษณะดังนี้คือ วิธีแรกกำหนดค่าสีที่ต้องการให้กับวัตถุโดยตรงด้วยคำสั่ง COLOR ก่อนการเขียนวัตถุ หรือจะใช้คำสั่ง DDMODIFY เปลี่ยนค่าสีของวัตถุที่ต้องการในภายหลังก็ได้ วิธีนี้เหมาะสำหรับการกำหนดสีให้กับวัตถุในกรณีที่วัตถุมีจำนวนไม่มากนักเพราะยังง่ายต่อการแก้ไข แต่ถ้าวัตถุมีจำนวนมากมานั่งแก้ทีละเส้นไม่ไหวแนะนำให้ใช้วิธีที่สองซึ่งเป็นวิธีการกำหนดสีให้กับวัตถุในทางอ้อมโดยผ่านการกำหนดค่าสีให้เป็น ByLayer แทน แล้วหลังจากนั้นจึงเข้าไปกำหนดค่าสีให้กับเลเยอร์ที่วัตถุนั้นๆเป็นสมาชิกอยู่แทน เมื่อใดก็ตามที่เราเข้ามาเปลี่ยนค่าสีในเลเยอร์วัตถุทั้งหมดที่เป็นสมาชิกของเลเยอร์นั้นๆ จะมีการเปลี่ยนสีไปตามค่าที่กำหนดในเลเยอร์ทั้งหมด ตัวอย่างที่ 1. ทดลองกำหนดค่าสีให้กับวัตถุโดยตรง A. พิมพ์คำสั่ง COLOR ลงใน Command : ของ AutoCAD แล้วคลิกเลือกสีตามที่ต้องการ ในที่นี้เราจะกำหนดให้เส้นที่จะเขียนขึ้นใหม่เป็นสีแดง   B. ใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมาหนึ่งเส้น โปรดสังเกตว่าเส้นที่เขียนขึ้นมาใหม่จะเป็นเส้นสีแดงทันทีที่เขียนเสร็จ   ตัวอย่างที่ 2. ทดลองเปลี่ยนสีของวัตถุให้เป็นสีที่ต้องการภายหลังการเขียนวัตถุ C. พิมพ์คำสั่ง DDMODIFY หรือ PROPERTIES ลงใน Command : เพื่อที่เราจะได้เปลี่ยนสีของเส้นตรงจากสีแดงไปเป็นสีเขียว D. ให้คลิกเลือกวัตถุที่เราต้องการเปลี่ยนสี ในที่นี้ให้คลิกเส้นตรงสีแดงที่เราได้เขียนขึ้นมาในข้อ B. จากนั้นทำตามรูปที่ปรากฏ   ตัวอย่างที่ 3. การกำหนดค่าสีให้กับวัตถุทางอ้อม โดยการกำหนดค่าสีให้เป็น ByLayer E. ใช้คำสั่ง DDMODIFY หรือ PROPERTIES แก้สีของเส้นตรงจากสีเขียวให้เป็น ByLayer แทน F. ให้คลิกเลือกวัตถุที่เราต้องการเปลี่ยนสี ในที่นี้ให้คลิกเส้นตรงสีเขียว จากนั้นทำตามรูปที่ปรากฏ   G. เส้นสีเขียวจะกลายเป็นเส้นสีขาวแทน คราวนี้ให้เรียกใช้คำสั่ง LIST เพื่อตรวจสอบว่าเส้นที่เราต้องการเป็นสมาชิกของเลเยอร์ใดอยู่   H. จากรูปเราจะรู้ว่าเส้นตรงที่เราต้องการนั้นเป็นสมาชิกของเลเยอร์ 0 อยู่ให้เราไปแก้ค่าสีในเลเยอร์ 0 โดยใช้คำสั่ง LAYER ดังรูป   I. ทันทีที่เรากดปุ่ม OK วัตถุที่เป็นสมาชิกของเลเยอร์ 0 จะเปลี่ยนสีจากสีขาวไปเป็นสีฟ้าทันทีตามที่เรากำหนดไว้ใน Layer

บทเรียนที่ 58. วิธีการกำหนดเลเยอร์ให้กับวัตถุ DDMODIFY & PROPERTIES

July 17, 2017 Teerapat 0

การกำหนดคุณสมบัติใดๆให้กับวัตถุเราสามารถทำได้ทั้งก่อนและหลังการเขียนวัตถุ และในการกำหนดเลเยอร์ให้กับวัตถุก็เช่นเดียวกันเราสามารถทำได้ง่ายๆดังตัวอย่างต่อไปนี้ ตัวอย่างที่ 1. การกำหนดเลเยอร์ก่อนการเขียนวัตถุ A. เราจะอาศัยเลเยอร์ที่ได้สร้างขึ้นในบทเรียนที่ 57. มาทำการทดลองในตัวอย่างนี้โปรดศึกษารายละเอียดก่อนศึกษาตัวอย่างต่อไปนี้ B. ใช้คำสั่ง LAYER เรียกหน้าต่าง Layer Properties Manager ขึ้นมาใช้งาน พร้อมกำหนดเลเยอร์ Wall ให้เป็นเลเยอร์ที่ต้องการใช้งาน สังเกตดูว่าจะมีเครื่องหมายถูกสีเขียวหน้าชื่อเลเยอร์ Wall   C. ดูในแถบเลเยอร์จะเห็นว่าชื่อเลเยอร์ Wall จะแสดงอยู่ แสดงว่าเลเยอร์ Wall พร้อมใช้งานแล้ว แถบเลเยอร์แสดงชื่อเลเยอร์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้น   D. ทดลองใช้คำสั่ง LINE เขียนเส้นตรงขึ้นมาหนึ่งเส้น E. ใช้คำสั่ง LIST เพื่อดูรายละเอียดหรือคุณสมบัติของเส้นตรงที่เขียนในข้อ D สังเกตดูว่าเส้นตรงที่เขียนขึ้นใหม่จะเป็นสมาชิกของเลเยอร์ Wall   ตัวอย่างที่ 2. การกำหนดเลเยอร์หลังการเขียนวัตถุหรือเปลี่ยนการเลเยอร์ของวัตถุในภายหลัง F. พิมพ์คำสั่ง DDMODIFY หรือ PROPERTIES แล้ว Enter เพื่อแก้ไขคุณสมบัติของวัตถุ ในที่นี้เราจะทำการเปลี่ยนเลเยอร์ของเส้นตรงที่เขียนในข้อ D จากเลเยอร์ Wall ไปเป็นเลเยอร์ Column แทน G. หลังจากหน้าต่าง PROPERTIES ปรากฏให้คุณคลิกตรงเส้นตรงที่ต้องการ จากนั้นทำตามขั้นตอนในรูป   H. ทดลองใช้คำสั่ง LIST อีกทีเพื่อดูคุณสมบัติเลเยอร์ของเส้นตรงที่เราได้แก้ไขไป จะสังเกตเห็นว่าเลเยอร์ของเส้นตรงจะเปลี่ยนจากเลเยอร์ Wall ไปเป็นเลเยอร์ Column แล้ว   เราสามารถกำหนดเลเยอร์ที่ต้องการใช้งานได้แบบง่ายๆโดยการเลื่อนเมาส์ไปยังแถบเลเยอร์แล้วเลือกชื่อเลเยอร์ที่ต้องการใช้งานได้เลย

บทเรียนที่ 57. จัดการเลเยอร์แบบพร้อมสรรพด้วย Layer Properties Manager

July 17, 2017 Teerapat 0

เราสามารถเรียกใช้หน้าต่าง Layer Properties Manager ได้โดยการใช้คำสั่ง LAYER หรือคลิกตรงไอคอน Layer Properties Manager ในแถบทูลบาร์ของ Layers (ดูรูปในข้อ B. ด้านล่าง) ภายในหน้าต่างนี้เราสามารถ สร้างเลเยอร์ขึ้นมาใหม่ ลบเลเยอร์ที่ไม่ต้องการทิ้ง หรือจะเปลี่ยนชื่อของเลเยอร์ที่มีอยู่เดิมไปเป็นชื่อใหม่ที่เราต้องการก็สามารถทำได้ภายในหน้าต่างนี้หน้าต่างเดียว นอกจากนั้นเรายังสามารถกำหนด สี แบบและความหนาเส้น ตลอดไปจนถึงสถานะต่างๆของเลเยอร์ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสถานะ On/Off Freeze/Thaw Lock/Unlock Plot-On/Off ได้อีกด้วย เนื่องจากการใช้งานเลเยอร์มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งในการใช้งานใน AutoCAD ผู้เขียนจึงขออธิบายการใช้งาน Layer Properties Manager โดยแยกออกเป็นส่วนๆไปตามหน้าที่การใช้งาน ซึ่งอาจจะมีออกมาหลายบทเรียนให้ท่านผู้อ่านที่สนใจได้ติดตามกัน ตัวอย่างที่ 1. การใช้คำสั่ง LAYER ในการสร้างเลเยอร์ GridLine Column Wall Ftype ขึ้นมาใหม่ A. หลังจากพิมพ์คำสั่ง LAYER ลงใน Command : ของออโตแคดแล้ว Enter จะปรากฏหน้าต่าง Layer Properties Manager ขึ้นมาให้ทำตามขั้นตอนต่างๆดังรูป (ให้ทำอย่างนี้จนครบทั้ง 4 เลเยอร์)   ตัวอย่างที่ 2. การใช้คำสั่ง LAYER เปลี่ยนชื่อเลเยอร์ GridLine ไปเป็น Grid-Line แทน B. คราวนี้เรามาลองเรียกใช้คำสั่ง LAYER ผ่านทางทูลบาร์กันบ้างโดยการคลิกที่ปุ่ม Layer Properties Manager ในส่วนของเมนู Layers ดังรูป C. เราจะทำการเปลี่ยนชื่อเลเยอร์ GridLine ให้เป็น Grid-Line แทน ให้ทำตามขั้นตอนที่ปรากฏ   ตัวอย่างที่ 3. การใช้คำสั่ง LAYER ลบเลเยอร์ Grid-Line ที่ไม่ต้องการทิ้ง D. เรียกใช้หน้าต่าง Layer Properties Manager ขึ้นมาแล้วให้ทำตามขั้นตอนต่างๆดังรูป การที่เราจะสามารถลบเลเยอร์ที่ไม่ต้องการออกได้ มีข้อแม้อยู่ว่าจะต้องไม่เป็นเลเยอร์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้นและต้องไม่มีวัตถุใดๆที่มีอยู่ใน Drawing เป็นสมาชิกของเลเยอร์นั้นๆอยู่

บทเรียนที่ 56. LAYER ครับ LAYER

July 17, 2017 Teerapat 0

คงไม่มีใครไม่รู้จักกระดาษไขที่ใช้เขียนแบบใช่ไหมครับ ลักษณะเด่นของกระดาษไขนอกเหนือจากผิวที่เนียนเรียบเหมาะกับการเขียนแบบแล้วคุณสมบัติเด่นของกระดาษไขอีกอย่างหนึ่ง คือจะมีลักษณะโปร่งแสงและเมื่อนำมาซ้อนทับกันก็จะสามารถมองเห็นรายละเอียดของกระดาษไขอีกแผ่นได้ ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้ก็ตรงกันกับคุณสมบัติของ LAYER ที่เรากำลังจะกล่าวถึง และเพื่อให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ผู้เขียนขออนุญาตอธิบายคำว่า LAYER ในเชิงลักษณะเปรียบเทียบกับกระดาษไขโดยกำหนดให้ กระดาษไขหนึ่งแผ่นแทนเลเยอร์ที่เราต้องการ 1 ชั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้ กระดาษไขแผ่นที่ 1. เราจะตั้งชื่อแผ่นว่า LAYER : Grid-Line ใช้สำหรับเขียนเส้นแนวเสาโดยเฉพาะ และเมื่อเขียนเส้นแนวเสาเสร็จเราก็จะนำเอากระดาษไขแผ่นที่ 2. มาติดทับลงไปบนกระดาษไขแผ่นแรก ให้ชื่อแผ่นว่า LAYER : Column ใช้สำหรับเขียนหน้าตัดเสาลงไปในตำแหน่งจุดตัดของเส้น Grid-Line ทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วก็นำเอา กระดาษไขแผ่นที่ 3. มาติดทับลงไปบนกระดาษไขแผ่นที่ 1 และ 2 อีกที คราวนี้เราให้ชื่อแผ่นว่า LAYER : Wall ใช้สำหรับเขียนผนังโดยเฉพาะ หลังจากเราเขียนผนังเสร็จ เราก็เอากระดาษไขแผ่นที่ 4. มาปิดทับด้านบนอีกทีแล้วให้ชื่อแผ่นว่า LAYER : Ftype ใช้สำหรับเขียนลวดลายพื้นกระเบื้อง โดยเฉพาะเช่นกัน Isometric แสดงรายละเอียดแต่ละชั้นของ LAYER   Top View จะเห็นว่าแต่ละ LAYER ที่เราสร้างขึ้นจุดประสงค์หลักก็เพื่อต้องการจัดกลุ่มให้กับวัตถุที่เราสร้างขึ้น ยกตัวอย่างเช่นใน LAYER : Column เราก็จะใช้เขียนเฉพาะหน้าตัดเสาเท่านั้นเราจะไม่เอา ผนัง พื้น เส้นแนวเสา มาเขียนในเลเยอร์นี้เด็ดขาด ส่วนประโยชน์และคุณสมบัติต่างๆ ของ LAYER ผู้เขียนจะได้นำมาอธิบายในบทเรียนต่อๆไป